ตำรวจฝากขังสาวแม่ลูกดก อุ้มท้องลูก 2 เดือนตระเวนงัดแงะ อ้างหาเงินเลี้ยงลูก 6 คน ด้านลูกสาวคนโตวัย 23 ปี รุดเยี่ยมแม่ พร้อมเดินเรื่องขอประกันตัว

ความคืบหน้าตำรวจ สภ.แม่ริม จับกุมนางสาวพีระกานต์ ใจบุญธรรม อายุ 38 ปี ซึ่งตั้งท้อง 2 เดือน ตระเวนก่อเหตุงัดแงะตู้เติมเงินโทรศัพท์ และเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ รวมทั้งยังงัดแงะเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในคลินิกแห่งหนึ่ง เหตุเกิดในช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 22 และ 23 ตุลาคม โดยตำรวจได้เบาะแสจากกล้องวงจรปิดและรองเท้าแตะที่ผู้ต้องหาถอดทิ้งไว้ กระทั่งขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงใหม่ออกหมายจับ และนำกำลังไปจับกุมตัวไดเที่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ขณะที่ผู้ต้องหาอ้างว่า เดิมเป็นพนักงานโรงแรมแต่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 จนตกงาน และต้องเลี้ยงดูลูก 6 คน รวมทั้งมีปัญหาหนี้สิน และต้องการหาเงินไว้เป็นค่าคลอดลูกคนที่ 7 จึงตัดสินใจก่อเหตุลักทรัพย์ เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหา”ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยการทำอันตรายต่อสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือผ่านสิ่งเช่นนั้นเข้าไปด้วยประการใดๆและใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือเพื่อการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมและทำให้เสียทรัพย์”และนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพเมื่อวานนี้
ล่าสุดวันนี้เวลา 13.30 น. ( 11 พฤศจิกายน) ลูกสาวคนโตอายุ 23 ปี ของนางสาวพีระกานต์ ได้เดินทางมายัง สภ.แม่ริม เพื่อเยี่ยมแม่และติดต่อกับพนักงานสอบสวนเพื่อเดินเรื่องขอประกันตัว แต่ในชั้นพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว จึงต้องยื่นเรื่องขอประกันตัวในชั้นศาลแทน

ลูกสาวคนโต อายุ 23 ปี เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้เดินทางมาเพื่อขอประกันตัวแม่ เนื่องจากสงสารแม่หลังทราบข่าวตกใจมากไม่คิดว่าแม่จะไปก่อเหตุลักทรัพย์ โดยแม่มีลูกทั้งหมด 6 คน เป็นชาย 3 คน และหญิง 3 คน ลูกคนที่ 1 ถึง 5 โตหมดแล้ว ส่วนคนที่ 6 กำลังได้ 3 เดือน และแม่ก็กำลังตั้งท้องน้องคนที่ 7 ได้ 2 เดือน
ส่วนตนเองเป็นพี่สาวคนโต ซึ่งอยู่บ้านคนละหลังกับแม่ แต่ก็ไปมาหาสู่แม่เป็นประจำ ส่งข้าวส่งข้าวส่งน้ำให้แม่ตลอดไม่เคยขาด แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่เคยทราบว่าแม่มีปัญหาอะไรถึงมาก่อเหตุแบบนี้ ปกติแม่ไม่เคยมีนิสัยขี้ขโมย และจะสอนให้ลูกทุกคนเป็นคนดี ตนรู้สึกเสียใจและสงสารแม่มาก เนื่องจากแม่ป่วยเป็นโรคสมองขาดออกซิเจน ตอนนี้กำลังวิ่งเดินเรื่องขอประกันตัวแม่อยู่

โดยแม่ถูกดำเนินคดีรวมทั้งหมด 3 คดี ศาลให้ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดประกันตัว คดีละหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท ตอนนี้กำลังดำเนินการอยู่ไม่รู้ว่าแม่จะได้ประกันตัวหรือไม่
อย่างไรก็ตามอยากวิงวอนสังคมอย่าพึ่งตัดสินแม่ของตัวเอง และหากแม่ได้รับการประกันตัวออกมาก็จะสอบถามแม่ถึงเหตุผลว่าทำไมจึงก่อเหตุ มีอะไรที่แม่ยังไม่ได้เล่าให้ลูกฟังอีก เพื่อจะได้หาทางแก้ไข
ขณะที่ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ตำรวจได้นำตัวนางสาวพีระกานต์ออกจากห้องขังเพื่อไปฝากขังที่ทันฑสถานหญิงเชียงใหม่ โดยนางสาวพีระกานต์ยังมีสีหน้าเรียบเฉย และไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน

ร่วมแสดงความคิดเห็น