ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (อบจ.) ได้เผยแพร่ประกาศเชิญชวนยื่นข้อเสนอกระ
ทำกิจการโครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอย เพื่อแปรสภาพเป็นเชื้อเพลิงขยะและผลิตกระแสไฟฟ้า ครั้งที่ 2 โดยกำหนดสถานที่ดำเนินการ ณ ศูนย์จัดการขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจร ของ อบจ.เชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ต.ป่าป้อง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ กำหนดราคากลางของโครงการรวมทั้งสิ้น 1,881,510,000 บาทหรือเกือบ 2 พันล้านบาท

ทั้งนี้โครงการเปิดทางให้เอกชน ผู้สนใจ ดำเนินการยื่นข้อเสนรอหลากหลายรูปแบบ ทั้งนิติบุคคลรายเดียวและ
นิติบุคคลจากต่างประเทศ,กิจการร่วมค้า ซึ่งต้องได้รับการขึ้นทะเบียนในไทย ตามเงื่อนไขกรมพัฒนาธุรกิจ และกิจการร่วมค้า โดยยื่นข้อเสนอและเสนอราคา ที่ศูนย์จัดซื้อจัดจ้าง อบจ.เชียงใหม่ ในวันที่ 24 พ.ค.นี้ เวลา 9.00-11.00 น. มีการเปิดให้ขอซื้อเอกสารเชิญชวน รายละเอียดโครงการชุดละ 5 พันบาท ระหว่าง 20 เม.ย.-21 พ.ค.2564 หลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอครั้งนี้ อบจ.เชียงใหม่ ระบุว่าจะพิจารณาตามปัจจัยที่กำหนด ในแต่ละด้าน ทั้งข้อเสนอที่มีคุณภาพ เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ ร้อยละ 70 ข้อเสนอผลประโยชน์ตอบแทน ร้อยละ 30 ในระยะเวลา 25 ปี ซึ่งค่าจ้างที่ อบจ.เชียงใหม่ จะจ่ายให้เอกชนที่ผ่านการคัดเลือก ปริมาณขยะ 650 ตัน/วัน ในอัตรา ตันละ 500 บาท คูณระยะเวลาจ้างเหมา 9,125 วัน

เอกชนผู้ได้รับเลือกมีสิทธิ์ยื่นขอปรับเพิ่มค่ากำจัดขยะ ร้อยละ 5 ทุกๆ 5 ปี เป็นต้น และมีการประมาณการ
ผลประโยชน์ตอบแทนในการจ้างเหมาจัดการขยะ เป็นเงินกว่า 2,965 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาสัมปทานด้วย
สำหรับโครงการดังกล่าว เริ่มต้นจากการที่ จ.เชียงใหม่ มีการจัดแบ่งพื้นที่จัดการขยะเมือง และ อบจ.เชียงใหม่ ได้จัดงบดำเนินโครงการกำจัดขยะมูลฝอยในรูปแบบโรงงานทำปุ๋ยหมัก จากของเหลือใช้ของ อบจ.เชียงใหม่ บนพื้นที่กว่า 160 ไร่ ในหมู่ที่ 1 บ้านป่าตึงน้อย ต. ป่าป้อง อ. ดอยสะเก็ด จ. เชียงใหม่ ดำเนินการตั้งแต่ ปี 2543 ก่อสร้างโดย บ.วีพีเอ็น คอลเล็กชัน จก. มีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มช.ควบคุมการก่อสร้าง แล้วเสร็จราวๆปี 2551 ใช้งบกว่า 465 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเเละสิ่งแวดล้อม สนับสนุน ศักยภาพของโรงงานจัดการขยะได้ 300 ตันต่อวัน ใช้วิธีฝังกลบตามแผนงานเบื้องต้นนั้น ศูนย์แห่งนี้จะให้บริการประชาชนในการจัดการขยะมูลฝอยครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอคือ ดอยสะเก็ด, สันทราย ,สันกำแพง และแม่ออน ในการบริหารจัดการ มีปัญหาด้านมวลชน แต่ปรากฎว่าพอขนขยะเข้าพื้นที่มีเสียงคัดค้านต่อต้านจากชาวบ้าน ชุมชนใกล้เคียงมาโดยตลอด
ส่งผลให้โครงการฯไม่อาจบรรลุเป้าประสงค์ ต้องพึ่งพาการจัดการขยะ แบบฝังกลบ จากการจ้างเหมาเอกชน
ไปฝังกลบในสถานที่ต่างๆ ซึ่งปริมาณขยะใน จ.เชียงใหม่ นั้น มีขยะกว่า 6 แสนตันต่อปี หรือกว่า 1,718 ตันต่อวัน ในบรรดา 211 อปท. มีบริการจัดเก็บขยะเพียง 149 แห่ง และการจัดการขยะ ไม่เป็นไปตามกรอบแนวทางที่กำหนดไว้

จนกระทั่งเกิดปริมาณขยะสะสม ตกค้าง กำจัดไม่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การ
ยกระดับ ขยะเป็นวาระแห่งชาติ และมอบหมายให้ กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลัก รับผิดชอบการแก้ไขปัญหาขยะในภาพรวมของประเทศ ตามมติ ครม.เมื่อ 12 พ.ค.2558
” ด้วยหลักการที่กำหนดว่า ขยะเกิดในพื้นที่ใดควรเป็นความรับผิดชอบ ของ อปท.นั้นๆดำเนินการตามศักย
ภาพและความเหมาะสม ผ่านรูปแบบต่างๆ ซึ่ง การนำขยะมาเป็นเชื้อเพลิง ใช้ประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ภาครัฐสนับสนุน ”

ต่อมา อบจ.เชียงใม่ ได้ว่าจ้าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศึกษา สำรวจ พร้อมเดินเครื่องโครงการเปิดรับฟังข้อ
เสนอแนะ ความคิดเห็นจากประชาชน ในการปรับปรุงศูนย์จัดการขยะแห่งนี้ ตั้งแต่ปี 2561 ให้ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เข้ามามีส่วนร่วมซึ่งแรกๆจะเน้นไปที่ชุมชนโดยรอบที่ตั้งโครงการ 3 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านป่าตึงน้อย บ้านทุ่งยาว และ บ้านกิ่วแล พื้นที่ในรัศมี 1 กม. ผลการดำเนินงาน และการศึกษาข้อมูลรอบด้านนำมาสู่จุดเริ่มต้น ในโครงการนี้ในลำดับต่อมา ซึ่งเป็นอีกรูปแบบที่จะจัดการขยะให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทั้ง ผลิตพลังงาน, คัดแยกขยะสร้างมูลค่าเพิ่ม ,เป็นวัตถุดิบทำปุ๋ย,สร้างงาน สร้างรายได้ สู่ชุมชน
ร่วมแสดงความคิดเห็น