ม.แม่โจ้ ปรับ MJU Hospitech เป็นศูนย์พักคอยในชุมชน หรือ CI ของอำเภอสันทราย เตรียมรับกลุ่มป่วยสีเขียว

ม.แม่โจ้ ปรับ MJU Hospitech เป็นศูนย์พักคอยในชุมชน หรือ CI ของอำเภอสันทราย เตรียมรับกลุ่มป่วยสีเขียว ตามนโยบายคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่

ศูนย์พักคอย MJU Well-Being Hospitech ตั้งอยู่ที่ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมนานาชาติและอาคารธรรมศักดิ์มนตรี อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ปรับเปลี่ยนให้เป็นศูนย์พักคอยชุมชน Community Isolation หรือ CI ช่วยแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กำลังวิกฤตในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้, อำเภอสันทราย และโรงพยาบาลสันทราย ที่เคยจัดตั้งโรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 3 ในช่วงเดือนเมษายน โดยศูนย์พักคอย MJU Well-Being Hospitech จะใช้ดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่ผ่านการคัดกรองจากโรงพยาบาลสนามมาแล้ว จะมีทีมบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลสันทรายบริหารจัดการระบบ โดยติดตามจากกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมดูแลความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรการทางสาธารณสุขและการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด มีทีมคณะพยาบาล จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมดูแลในพื้นที่ มีบริษัทรับเหมาดำเนินการเกี่ยวกับขยะติดเชื้อจัดการอย่างปลอดภัย เพื่อปกป้องบุคลากร นักศึกษาของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนรอบข้างอย่างดีที่สุด ตลอดจนมีการจัดสรรเส้นทางสัญจรเข้า-ออก แยกเฉพาะไม่ปะปนกับผู้สัญจรทั่วไป ในเบื้องต้นตึกแรกสามารถรองรับผู้สัมผัสเชื้อได้ประมาณ 130 คน และสามารถขยายเพิ่มไปอีก 1 ตึก สามารถรองรับได้อีก 100 คน โดยเริ่มเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าไปในช่วงบ่ายวันนี้


ด้านนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การจัดตั้ง CI หรือ Community Isolation เป็นอีกแนวทางในการแยกกักผู้ป่วยโควิด-19 ในชุมชน ให้มาอยู่ในพื้นที่ควบคุม 14 วัน หลังจากนั้นหากไม่มีอาการก็แสดงว่าร่างกายมีการต่อสู้กับเชื้อโรค มีภูมิต้านทาน หรือมีการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ซึ่ง CI จะช่วยลดความแออัดของโรงพยาบาล และหากผู้ติดเชื้อยังอาศัยอยู่ที่บ้าน ก็เป็นอีกปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่การแพร่ระบาดภายในครอบครัว การแยกผู้ติดเชื้อไปอยู่ CI เพื่อเฝ้าดูอาการ หากมีความผิดปกติก็สามารถงรักษาต่อได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่ได้จัดตั้ง CI ขึ้นในทุกอำเภอ ทั้ง 25 อำเภอแล้ว ขอให้ประชาชนที่อยู่ในชุมชน เข้าใจด้วยว่าการติดเชื้อนั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ และอยากให้มีความเอื้ออาทรต่อกัน ผู้ป่วยก็อาจจะเป็นลูกหลาน หรือตัวท่านเอง แม้ว่าทุกคนจะมีการระวังป้องกันตัวที่ดีอยู่แล้ว แต่อาจจะพลาดติดเชื้อขึ้นมาได้ ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ต้องทำให้ถูกส่งไปรักษาตัวที่กักตัวที่ CI และทุกอย่างมีการควบคุมภายใต้มาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด มีทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายคอยดูแล ผู้ป่วยจะไม่ได้ออกไปไหน 14 วัน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เมื่อรักษาหายก็สามารถกลับบ้านไปใช้ชีวิตได้ตามปกติต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น