รวมพลังแห่งความศรัทธาเชื่อเป็นมงคลชีวิต กวนข้าวถำมะแน

พี่น้องชาวไทยใหญ่เชื้อสายพม่า สืบสานประเพณีดีงามโบราณ หลู่ข้าวหย่ากู๊ หรือ ข้าวถำมะแน หรือข้าวเหนียวแดง 15 หม้อ เพื่อแจกจ่ายเป็นอนิสงค์ทานอันยิ่งใหญ่ในวันมาฆบูชา

พระอุปินหย่า จอต๊ะ เจ้าอาวาสวัดมันตะเล ซึ่งเป็นวัดพม่าใน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ได้นำคณะศรัทธาและประชาชน พี่น้องชาวเมียนมา พี่น้องชาวไทยใหญ่ กะเหรี่ยง และ พี่น้องชนพื้นเมืองบางส่วน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง นำวัตถุดิบในการประกอบ ข้าวหย่ากู๊ เพื่อกวน ข้าวกระยาทิพย์ หรือ ข้าวมธุปายาส ข้าวถำมะแน (ภาษาพม่า) ประกอบด้วย ข้าวสาร มะพร้าว ขิง งา ถั่วลิสง น้ำมัน มาร่วมทำบุญ และร่วมใช้แรงช่วยกันกวน จำนวน 15 กระทะใหญ่ พร้อมบรรจุเป็นห่อเล็กๆ ณ วันมันตะเล อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน หลังจากบรรจุห่อเสร็จแล้วได้นำไปถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ และ แจกจ่ายให้ประชาชนในวันมาฆบูชา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสำพุทธเจ้า ตามความเชื่อในพุทธประวัติ ที่ นางสุชาดา ได้หุงข้าวด้วยน้ำนมโคล้วน เรียกว่า มธุปายาส ตักใส่ถาดทองคำเพื่อจะนำไปบวงสรวงเทวดา ครั้งได้พบสมเด็จพระสัมมาสัมมาพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญเพียร ประทับนั่งอยู่ใต้ต้นศรีมหาโพ จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธา คิดว่าเป็นเทวดา จึงน้อมถวายข้าวมธุปายาสทั้งถาดทองคำ


ประเพณีหลู่ข้าวหย่ากู๊ หรือทำบุญข้าวเหนียวแดง เป็นประเพณีของชาวไทใหญ่ที่สืบทอดกันมาช้านาน จึงได้ช่วยกันจัดงานบุญกวนข้าวหย่ากู๊ ดังกล่าวขึ้นในทุกๆปี เพื่อร่วมกันรักษาและสืบสานประเพณีอันดีงามของชุมชนให้คงอยู่สืบไป โดยมีเครือข่ายไทยใหญ่ พม่า กะเหรี่ยง ได้ร่วมกิจกรรมประเพณีอันดีงามไว้ เชื่อกันว่า ข้าวมธุปายาส เป็นอาหารวิเศษ ผู้ที่มีบุญวาสนาจะได้รับประทาน ทำให้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ ร่างกายแข็งแรง มีสติปัญญาดี เป็นสิริมงคลต่อชีวิต และมีความเชื่อว่า ชาวนา หรือผู้ที่ทำนาถ้าได้ทำข้าวหย่ากู๊ หรือ ถำมะแน ไปถวายตามวัด และให้ทานกับเพื่อนบ้าน จะทำให้ในปีต่อไป การทำนาจะดีจะได้ข้าวเพิ่มขึ้นอีก การร่วมแรง ร่วมใจ และ พลังแห่งความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน นอกจากการได้รับบุญแล้วยังเป็นการเสริมสร้างความสามัคคี การช่วยเหลือ การแบ่งปันซึ่งกันและกันในชุมชนอีกด้วย


พระอุปินหย่า จอต๊ะ เจ้าอาวาสวัดมันตะเล ได้เจริญพรว่า การหลู่ข้าวหย่ากู๊ มีความเชื่อว่าหลังฤดูการเก็บเกี่ยว ต้องมีการระลึกถึงบุญคุณของข้าวหรือพระแม่โพสพที่คุ้มครองไร่นาหรือให้ชาวนามีข้าวไว้หล่อเลี้ยงชีวิต เมื่อได้ข้าวใหม่มาก็จะนำไปถวายวัด เพื่อความเป็นสิริมงคล ชาวไทยใหญ่จึงจัดงานประเพณีถวายข้าวหย่ากู๊ ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 หรือชาวไทใหญ่เรียกว่าเหลินสาม / เดือนสาม สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน และเป็นการสืบสานประเพณีให้คงอยู่ยาวนาน และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวไทใหญ่ให้คงอยู่สืบไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น