สำนักข่าวนิกเกอิ ของประเทศญี่ปุ่น เผยแพร่รายงานเมื่อวันที่ 18 ก.ค. หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยนายกฯได้กล่าวกับกลุ่มผู้สนับสนุนว่า “ถ้าให้ผมเป็นนายกอีก โครงการทั้งหมดจะได้ไปต่อ” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่นายกฯประกาศต่อสาธารณชน เรื่องการดำรงตำแหน่งอีกสมัย หลังการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีหน้านี้
ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้โพสต์วิดีโอบนเว็ปไซต์รัฐบาลไทย ในการรับประกันแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านโครงการก่อสร้างต่างๆ และโปรโมทโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมให้คำสัญญาว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จใน 2 ปี เพื่อหยั่งเสียงสาธารณชนให้การสนับสนุนเขาต่อในสมัยถัดไป
พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นสู่อำนาจผู้นำของประเทศไทยนับตั้งแต่รัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ก่อนจะสืบทอดอำนาจหลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2562 ผ่านการโหวตจากสมาชิกวุฒิสภาที่ทหารคัดเลือกเองกับมือ นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลทหารกึ่งพลเรือนที่มีประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย ต่อมาในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน ประยุทธ์ได้ประกาศว่าจะนำพาประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง หลังจากที่เขาจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ แต่ดูเหมือนเป้าหมายที่เขาวางไว้จะไม่สำเร็จ เมื่อเกิดการระบาดของโรคโควิด – 19 ก่อน
ในปี 2564 เศรษฐกิจไทยเติบโตเพียง 1.5 % โดยฟื้นตัวน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน ที่เฉลี่ยขยายตัว 3 % หลังการระบาดในปีนั้น แม้ประยุทธ์จะพยายามกู้วิกฤตเศรษฐกิจได้เพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยว ที่มีสัดส่วน GDP ของประเทศสูงถึง 10 % มีการผ่อนปรนอนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ แม้จะส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยวกลับมาฟื้นฟู แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ดีขึ้น หลังปัญหาราคาพลังงาน จากสงครามรัสเซีย – ยูเครน ส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทย ขณะที่หนี้สาธารณะในขณะนี้ พุ่งสูงถึง 91 % ของ GDP เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ช่วงก่อนการระบาดถึง 10.8 % มากกว่าค่าเฉลี่ยหนี้สาธารณะของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งอยู่ที่ 51 %
“นักลงทุนชาวต่างชาติ ตอนนี้เลิกสนใจที่จะมาลงทุนในประเทศไทยแล้ว” Seiya Sukegawa ศาสตราจารย์อาคันตุกะ แห่งสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
ปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้น ส่งผลให้คนไทยจำนวนมากโหยหาอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ผู้นำที่เคยนำพาเศรษฐกิจประเทศก้าวกระโดด โดยปัจจุบันลี้ภัยมาอยู่ต่างประเทศ เช่นเดียวกับน้องสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรีอีกคน
ปัจจุบันทักษิณยังคงมีอิทธิพลต่อการเมืองไทยจากต่างประเทศ โดยผลสำรวจของนิด้าโพลเมื่อเดือนมิถุนายนแสดงให้เห็นว่า ประชาชนกว่า 25 % สนับสนุนลูกสาวของอดีตนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ต่างจากพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งอยู่ในอันดับ 3 ของผลสำรวจ มีคะแนนไล่เลี่ยกับพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล
ในวันอังคารที่จะถึงนี้ จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเกิดขึ้น ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านต่างเตรียมพร้อมสำหรับศึกอภิปรายในรัฐสภา ซึ่งพรรคเศรษฐกิจไทย อดีตพรรคร่วมรัฐบาลที่มีจำนวน ส.ส. 15 ราย ได้ย้ายข้างออกมาร่วมกับฝ่ายค้านในการอภิปรายครั้งนี้ หากฝ่ายค้านสามารถเปลี่ยนขั้วทางการเมืองในสภา พวกเขาก็จะสามารถยุติการอยู่ในอำนาจต่อของ พล.อ.ประยุทธ์ได้
ที่มา : Nikkei Asia
ร่วมแสดงความคิดเห็น