เปิดใจทายาทพันล้าน

อัญชลี กัลมาพิจิตรเปิดใจเกี่ยวกับศึกมรดกปางช้างแม่สา มรดกมีอาถรรพ์จริงหรือ.?

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2566 นางอัญชลี กัลมาพิจิตร บุตรสาว นายชูชาติ กัลมาพิจิตร และเป็นผู้บริหารปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดใจถึงกรณีมรดกพันล้านของบิดา ที่ส่อเค้าว่าจะเป็นมรดกอาถรรพ์ ไม่สามารถจัดการได้ และยังทำให้เกิดความร้าวฉานภายในครอบครัว ญาติพี่น้อง มีคดีฟ้องร้องกันกว่า 30 คดี จนเป็นที่รู้กันทั่วไปว่า ทายาทปางช้างแม่สา ไม่สามารถแบ่งมรดกกันได้ ในวันนี้เองตนก็ได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในคดีที่ตนเป็นโจทก์ฟ้องเรียกเงินจาก นางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร อดีตภรรยาของบิดา เป็นจำนวนเงิน 47 ล้านบาท เพื่อคืนสู่กองมรดก ส่วนพยานที่ให้การในคดีในวันนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับนายชูชาติ และได้รู้เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ธนาคารไปรอพบบิดาตนที่โรงพยาบาล ก่อนหน้าที่บิดาตนจะเสียชีวิต และได้มีการทำธุรกรรมทางการเงินกันในห้องผู้ป่วยเมื่อต้นปี 2562 ทำให้เงินในพินัยกรรมหายไปเป็นจำนวนรวมแล้ว 40 กว่าล้านบาท ซึ่งเป็นการเบิกเงินโดยให้บิดาตนทั้งเซ็นชื่อและปั๊มลายนิ้วมือกำกับ

ในขณะที่บิดาตนนอนป่วยอยู่ในห้องปลอดเชื้อในโรงพยาบาล ด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว การเบิกความทำให้ตนทราบว่า ก่อนหน้านั้นบิดาตนยังได้มีการใช้สารสกัดจากน้ำมันกัญชา มีพยานรู้เห็นว่าบิดาตนนั้นมีอาการมึนเมา ง่วงนอน อยู่ตลอดเวลา และไม่ค่อยมีสติ ตนจึงไม่เชื่อว่าบิดาตนจะยินยอมหรือเต็มใจในการโอนเงินให้กับคนใกล้ชิดนับ 10 ล้านบาท ด้วยความเสน่หาตามที่มีการกล่าวอ้าง อีกทั้งยังมีเอกสารการรับรองของแพทย์ในโรงพยาบาลโผล่มาอีก ว่ามีแพทย์ของโรงพยาบาลเกี่ยวข้องด้วยตอนทำธุรกรรมเพื่อให้มีพยาน คดีนี้จึงจะต้องมีการสืบพยานอีกหลายคน ทั้งพนักงานปางช้าง พนักงานธนาคารและแพทย์ของโรงพยาบาลเอง

ส่วนคดีที่เงินของบริษัทปางช้างแม่สา จำกัด ถูกถอนออกไปหลายบัญชี รวมแล้วเป็นเงินกว่า 100 ล้านบาทนั้น ตนได้แจ้งความไว้แล้วที่ สภ.แม่ริม ซึ่งคดีนี้เป็นคดีอาญา ตนมีหลักฐานการเบิกจ่ายเป็นสลิปของธนาคารและมีลายมือชื่อผู้เบิกเงินทุกรายการ เป็นจำนวนกว่า 100 ครั้ง โดยตนได้ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว
เมื่อปลายปีที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกสอบปากคำ กลุ่มคนที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องไปแล้วหลายคน ส่วนใหญ่เป็นอดีตพนักงานของปางช้างแม่สา รวมถึงผู้บริหารด้วย ตอนนี้ตนทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามรวบรวมพยานหลักฐาน และให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของคดี ตนจึงขออดทนรอ เพื่อให้ได้ตัวผู้กระทำความผิดทั้งหมด ที่ทั้งปลอมแปลงเอกสาร ฉ้อโกง และยักยอกทรัพย์ ตนนั้นอยากได้เงินของบริษัทฯคืนโดยเร็ว เพื่อนำไปใช้เลี้ยงดูช้างของปางช้างแม่สาต่อไป

สำหรับการจัดการทรัพย์มรดกของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร คดีฟ้องร้องในการเป็นผู้จัดการมรดกได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 โดยศาลมีคำสั่งให้ตนและนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร อดีตภรรยาของบิดาเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน โดยให้จัดการทรัพย์สินตามพินัยกรรม แต่ด้วยเหตุที่นายชูชาติ ได้เขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สินส่วนใหญ่ให้กับบริษัทปางช้างแม่สา จำกัด ทำให้นางฐิติรัตน์ ไม่พอใจ และพยายามขอเจรจาต่อรองเรื่อยมา ขณะนี้นางฐิติรัตน์ ยังมีคดียื่นฟ้องเรียกเงินสินสมรสสูงถึง 300 ล้านบาท และจากการเจรจาหลังสุด นางฐิติรัตน์ ยังคงยืนยันว่าต้องการเงินสด 50 ล้านบาท รวมถึงต้องการครอบครองบริษัทรินลดา รีสอร์ทด้วย

ตนเห็นว่าการเรียกร้องดังกล่าวเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรมและไม่เป็นไปตามพินัยกรรมที่เป็นความประสงค์ของบิดา รวมถึงบริษัทรินลดา รีสอร์ท มีผู้ถือหุ้นหลายคน ไม่สามารถยกให้นางฐิติรัตน์ เพียงคนเดียวได้ ตนขอสรุปว่าเรื่องการจัดการมรดกที่ยืดเยื้อกันมานานนั้น เป็นเพราะเงินและทรัพย์สินได้หายไปเป็นจำนวนมากในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้นางฐิติรัตน์ ต้องฟ้องร้องในเรื่องต่างๆ เพียงเพื่อยืดระยะเวลาออกไป

ตนเป็นบุตรสาวคนโตที่เข้ามารับผิดชอบปางช้างแม่สา ตั้งแต่ปลายปี 2562 การดูแลเลี้ยงช้าง 68 เชือกนั้น มีค่าใช้จ่ายสูงมากไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาทในแต่ละเดือน ตนและพนักงานปางช้างจึงมีความลำบากในการหาเงินมาเลี้ยงดูช้าง ท่ามกลางวิกฤตต่างๆ ทั้งโควิด-19 และภัยพิบัติตามธรรมชาติ ตนไม่มีปัญหาใดๆ เพียงต้องการจัดการทรัพย์สินตามพินัยกรรมให้ได้โดยเร็วที่สุด จะได้นำเงินมาใช้ตามความประสงค์ของบิดา และรักษาปางช้างแม่สาเอาไว้ ตนขอให้คดีต่างๆได้คลี่คลายด้วยดี ขอให้ความจริงปรากฏให้สังคมได้รับรู้ถึงข้อเท็จจริงต่างๆ ทุกอย่างขอให้เป็นไปตามกฏหมายและกฏแห่งกรรม ตนเชื่อว่าบิดาตนเสียชีวิตผิดธรรมชาติ เพียงแต่รอการพิสูจน์เท่านั้น

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ตนจะขอยื้อชีวิตบิดาเอาไว้ จะไม่ทำอย่างที่พวกเขาปฏิบัติต่อบิดา คือเอาบิดาตนออกจากโรงพยาบาลให้ไปเสียชีวิตที่บ้าน บิดาตนพอไปถึงบ้านแล้วก็เสียชีวิตภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงและกว่าจะมีแจ้งการเสียชีวิตต่อเจ้าหน้าที่อำเภอแม่ริม เป็นเวลาถึง 3 วันหลังเสียชีวิตแล้ว ทำให้ตนต้องแจ้งอายัดศพบิดา และขอให้มีการชันสูตรพลิกศพตามกระบวนการ ซึ่งเวลาได้ผ่านไปหลายวัน ศพบิดาตนถูกฉีดสารฟอร์มาลีน และแช่เย็น แพทย์นิติเวชยังแจ้งต่อตนว่าตรวจยาก ตนนั้นต่อสู้เพื่อความยุติธรรมให้บิดามาโดยตลอด และเป็นการต่อสู้เพียงลำพัง เพราะตนเป็นคนเดียวที่ไม่ร่วมอยู่ในขบวนการ คนที่ติดตามเรื่องนี้คอยดูให้ดีว่า เบื้องลึกของเรื่องอาจมีอำนาจมืด หรือผู้มีอิทธิพลที่ปล่อยให้คนกระทำผิดลอยนวลมานานหลายปี “ถ้าให้ตนเปิดใจตนก็คงต้องพูดแบบนี้ ตนไม่มีเงิน แต่พวกเขามีเงิน เขาเอาเงินก้อนใหญ่ไปหมดแล้ว” นางอัญชลี กล่าวทิ้งท้ายกับผู้สื่อข่าว

ร่วมแสดงความคิดเห็น