22 ปี ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ถล่ม กระทบประเทศไทยในเวลานั้นอย่างไร?

ช่วงค่ำของวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2544 ขณะที่หลายคนในบ้านเราต่างกำลังเดินทางกลับบ้าน หรือเปิดโทรทัศน์กินข้าวเย็น ก่อนที่โทรทัศน์และวิทยุทุกช่องตัดเข้าข่าวด่วน เพื่อรายงานวินาศกรรมที่ช็อกคนทั้งโลก เมื่อกลุ่มก่อการร้ายจี้เครื่องบินโดยสาร พุ่งชนตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ใจกลางมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ท่ามกลางชั่วโมงเร่งด่วนยามเช้า ตามเวลาท้องถิ่น

ภาพเครื่องบินพุ่งชน และภาพอาคารสูงเสียดฟ้าพังถล่มลงมา ฝังอยู่ในความทรงจำของทุกคนที่ทันดูการรายงานข่าวในวันนั้น ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 2,606  คน ซึ่งในจำนวนนี้มีคนไทยเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย 2 ราย มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น สูงถึง 123,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากจะสั่นสะเทือนการเมืองโลกจนถึงปัจจุบันแล้ว ในส่วนของภาคเศรษฐกิจและการเงิน ยังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากการก่อการร้ายครั้งนี้

จากรายงานเศรษฐกิจและการเงินประจำปี พ.ศ. 2544 โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ได้รายงานว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกในปีนั้น การขยายตัวชะลอตัวลงจากร้อยละ 4.7 ในปี พ.ศ. 2543 เหลือเพียงร้อยละ  2.4 ในปี พ.ศ. 2544 อันเนื่องมาจากการหดตัวของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา หลังวินาศกรรม 11 กันยายน

ภาวะที่เกิดขึ้นกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออก และอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่การผลิตลดลงร้อยละ 26.8 ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯและญี่ปุ่น ที่เป็นตลาดหลักสำคัญ ขณะที่มูลค่าการส่งออกปีนั้น ลดลงสูงถึงร้อยละ 6.9 ขณะที่ตลอดทั้งปี อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย ปรับตัวลดลงเหลือเพียงร้อยละ 1.5 เท่านั้น

เช่นเดียวกับภาคการท่องเที่ยว แม้จะยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ แต่ผลพวงจากการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนั้น เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 5.7 ซึ่งน้อยกว่าปีก่อนหน้านั้น ที่เติบโตสูงถึงร้อยละ 10.8

ซึ่งผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2544 ได้สรุปผลว่า วินาศกรรมที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า และการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป แต่ในขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการด้านการคลัง และการปรับโครงสร้างทางการเงิน ที่จะช่วยผ่อนคลายผลกระทบที่เกิดขึ้น

ต่อมา เมื่อเข้าสู่ ปี พ.ศ. 2545 สถานการณ์เศรษฐกิจไทย เริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังสถานการณ์โลกเริ่มคลี่คลายหลังผ่านพ้นเหตุการณ์ก่อการร้ายในครั้งนั้น โดยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปีนั้น อยู่ที่ร้อยละ 5 อันเนื่องมาจากการใช้จ่ายของภาคเอกชนในประเทศ และการส่งออกในช่วงปลายปีนั้น รวมถึงการท่องเที่ยว ที่ได้รับการกระตุ้นจากมาตรการส่งเสริม จนทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวในปี พ.ศ. 2545 เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเดินที่ได้มีการคาดการณ์ไว้

แม้ว่าวินาศกรรมครั้งนั้น จะผ่านล่วงเลยไปกว่า 22 ปีแล้ว แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นในวันนั้นยังคงส่งผลต่อปัจจุบัน โดยเฉพาะมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยบนเครื่องบินที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำรอยประวัติศาสตร์อีก

ขณะที่เหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2544 ถือเป็นอีกเหตุการณ์สำคัญ ถึงแม้จะเกิดขึ้นในอีกซีกโลก แต่ก็ส่งผลกระทบถึงประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจที่ทุกประเทศเชื่อมโยงกันหลังการเกิดขึ้นของโลกาภิวัฒน์ และเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่จะต้องเร่งแก้ไขและรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่อาจสั่นสะเทือนภาคการเงิน

ที่มา : 

รายงานเศรษฐกิจประจำปี 2544 , รายงานเศรษฐกิจประจำปี 2545 , ไทยรัฐ , บีบีซี , วีโอเอไทย

ร่วมแสดงความคิดเห็น