ช่วงนี้ก็ใกล้ตรุษจีนเข้ามาเต็มทีแล้ว ทุกอยากรู้หรือไม่ว่ากลุ่มชาวจีนเลือดมังกรนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร วันนี้เชียงใหม่นิวส์จะพาทุกท่านไปรับรู้ถึงที่มาของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนในภาคเหนือ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงบริบทต่าง ๆ ในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
ชาวจีนในประเทศไทยมาจากไหน ?
การศึกษาประวัติศาสตร์การอพยพของชาวจีน จากหลายแหล่งที่มามักจับจ้องไปในทิศทางเดียวกัน คือ ตั้งแต่ชาวจีนเริ่มเดินทางเข้ามาค้าขายยังแผ่นดินสุวรรณภูมิ และในประเทศไทยหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดคือ การที่ชาวจีนเข้ามาสอนการทำเครื่องชามสังคโลก
การแพร่ขยายของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน
จากการเข้ามาของชาวจีนที่เข้ามาสร้างฐานะของตนได้ในระดับหนึ่งก็มักจะนิยมแต่งงานกับผู้หญิงชาวไทย และกลายเป็นค่านิยมของชาวจีนในรุ่นต่อ ๆ มา ลูกหลานที่เกิดจากบิดาที่เป็นจีนและมารดาที่เป็นไทยจะถูกเรียกว่า “ลูกจีน” ซึ่งบุคคลสำคัญของไทยที่มีลักษณะเชื้อสายดังกล่าวที่เห็นได้ชัดเจน คือ พระเจ้าตากสินมหาราช แห่งกรุงธนบุรี ที่มีบิดาเป็น “ชาวจีน” และมารดาเป็น “ชาวไทย” นามว่า นกเอี้ยง จากการที่มีพระมหากษัตริย์เป็นลูกครึ่งไทยจีนทำให้ชาวจีนแต้จิ๋วจึงอพยพเข้ามาในช่วงเวลาดังกล่างเป็นจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวจีนโพ้นทะเล จากเดิม 230,000 คน (พ.ศ.2368) เป็น 792,000 คน (พ.ศ.2453)

ในช่วงรัชกาลที่ 3 ชาวจีนจากมณฑลยูนนานทางใต้ของประเทศจีน เริ่มหลังไหลเข้ามาในประเทศไทย จึงเกิดการต่อต้านจากชาวไทยชาตินิยมจากทุกระดับ เนื่องด้วยในระยะเวลาที่ผ่านมาชาวจีนนั้นเรียกได้ว่าควบคุมตลาดเศรษฐกิจการค้าส่วนใหญ่ไว้ และในขณะนั้นอิทธิทางการค้าทางตะวันตกก็อยู่ในช่วงขาขึ้น ทำให้ชาวจีนเปลี่ยนไปค้าขายฝิ่นและเป็นเจ้าภาษีนายอากรมากขึ้น และยังเป็นพ่อค้าข้าวและเจ้าของโรงสีเกือบทั้งหมด
ชาวจีนในเชียงใหม่
ชาวจีนที่อพยพเข้ามายังเชียงใหม่หรืออาณาจักรล้านนา ส่วนมากแล้วมีเส้นทางอพยพหลัก ๆ 2 ทางคือ ทางบกซึ่งชาวจีนอพยพทางบกนั้นมักมาจากมณฑลยูนนาน ที่เป็นกลุ่มพ่อค้านักเดินเท้า และวัวต่าง ม้าต่าง เป็นชาวจีนฮ่อ และอีกกลุ่มจะมาจากทางใต้เป็นกลุ่มชาวพ่อค้าสำเภาและเรือโพ้นทะเล ที่เข้ามาทางแม่น้ำเจ้าพระยาและร่องขึ้นมาตามลำแม่น้ำเพื่อมาค้าขายยังบริเวณท่าบริเวณย่านวัดเกต ซึ่งส่วนมากแล้วบริเวณนี้จะเป็นที่อยู่สำหรับชาวต่างชาติทั้งชาวตะวันตกและชาวจีน

ลักษณะของชาวจีนที่เข้ามาในล้านนาโดยเดิมทีนิสัยของชาวจีนคือ เป็นคนกล้าได้กล้าเสีย ไม่เกี่ยงงาน เก็บออมเก่ง และขยันอดทน ด้วยลักษณะนิสัยเหล่านี้มักทำให้ชาวจีนที่เข้ามาค้าขายและตั้งรกรากในเชียงใหม่หรือล้านนามักสามารถยกระดับฐานะของตนได้อย่างรวดเร็ว และมีบทบาทในการเปลี่ยนบริบทต่าง ๆ ของสังคม หลังจากที่กลุ่มเหล่านี้สร้างฐานะได้ในระดับหนึ่งแล้วพวกเขาจะเชื่อมสายสัมพันธ์กับระบบศักดินาหรือจะเรียกว่าการใช้ช่องโหว่ของระบบศักดินาก็ว่าได้ โดยการถือครองที่ดินสัมปทานในเขตเมือง ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นการค้าขาย และค้าไม้ รวมถึงธุรกิจแลกเปลี่ยน
ภายหลังเมื่อการมาถึงของทางรถไฟทำให้การค้าขายทางเรือบริเวณวัดเกตซบเซาลง เนื่องจากความสะดวกสบายของรถไฟ การค้าขายจึงหันมาใช้ถนนกันมากขึ้น โดยเฉพาะย่านตรอกเล่าโจ๊ว ที่ตั้งศาลเจ้าแห่งแรกในเชียงใหม่ และย่านกาดหลวง ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของตระกูลพ่อค้าวาณิชย์ คหบดีชาวจีนที่มีเชื่อเสียงหลายตระกูลของเชียงใหม่ ต่อมาในช่วง พ.ศ. 2475 – 2500 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางโครงสร้างสังคม เศรษฐกิจ และการปกครอง ทำให้กลุ่มชาวจีนบางตระกูลในเชียงใหม่ที่สะสมความมั่งคั่งมาไว้ระยะหนึ่งแล้ว กลายเป็นผู้ครอบครองอาคาร ที่พัก ที่ดิน ซึ่งในระยะต่อมาจะพัฒนากลายเป็นอาคารพาณิชย์ ตลาด และตึกแถว

จากความสำเร็จทางด้านเศรษฐกิจดังกล่าวที่เกิดขึ้น พวกเขาได้เพิ่มบทบาทตนเองในบริบททางสังคม โดยการบริจาค อาคาร สร้างวัด โรงเรียน และอื่น ๆ จนได้เป็นคหบดีผู้มีบรรดาศักดิ์ชั้นหลวงและขุนนางจำนวนมาก ถึงแม้ภายหลังจะมีการยกเลิกระบบบรรดาศักดิ์ไปใน พ.ศ.2481 แต่สิ่งที่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนเลือดมังกรได้ทำให้สังคมไทยยังคงสะท้อนให้เห็นผ่านสถาปัตยกรรม อาคารต่าง ๆ ที่เรียงรายอยู่ตามตัวเมืองเชียงใหม่และถนนสายสำคัญ โดยเฉพาะถนนท่าแพ,ช้างม่อย,ราชดำเนิน รวมถึงวัฒนธรรมต่าง ๆ ตรุษจีน สารทจีน ยังคงปรากฏให้เราเห็น และยังไม่มีแม้แต่วี่แววที่จะเรือนหายไป จากนิสัยรักครอบครัว และรักความเป็นจีนของชาวเลือดมังกร สืบไป

อ้างอิง : Somkiat Trikhunwattana, hugchiangkham.com, judprakai.com
ขอบคุณรูปภาพจาก : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ เชียงใหม่
ร่วมแสดงความคิดเห็น