“คลองลัดโพธิ์” โครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

#วันนี้เมื่อ14ปีที่แล้ว วันที่ 24 พฤศจิกายน 2553 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี#เสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งอังสนา จากท่าเทียบเรือสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศิริราช โรงพยาบาลศิริราช #ไปทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และ สะพานภูมิพล ๑, สะพานภูมิพล ๒ ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ บริเวณปากคลองลัดโพธิ์

“ลัดโพธิ์” คือ “คลอง” ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ถือเป็นคลองเก่าแก่ที่กล่าวกันว่าขุดขึ้นตั้งแต่สมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ โดยมีพระราชประสงค์ย่นระยะเวลาการเสด็จประพาสทรงเบ็ดที่ปากอ่าวแม่น้ำเจ้าพระยา อันเป็นกีฬาทรงโปรด

ภายหลังในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงเห็นว่าคลองลัดโพธิ์ทำให้น้ำเค็มขึ้นมาถึงกรุงเทพฯ เป็นผลเสียแก่เกษตรกรอย่างมาก จึงมีพระราชดำรัสให้เกณฑ์ข้าราชการไปขนอิฐจากกรุงศรีอยุธยามาถมปากคลองด้านใต้ เพื่อไม่ให้น้ำทะเลเข้ามาได้ เป็นผลให้คลองลัดโพธิ์มีลักษณะเป็นคลองตื้นเขิน

ต่อมา ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงมีพระราชดำริอันเป็นจุดเริ่มต้นของ “โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เนื่องด้วยคลองลัดโพธิ์เป็นคลองที่มีลักษณะตื้นเขิน ประกอบกับเป็นลักษณะ “กระเพาะหมู” ที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาล้อมรอบ เมื่อมีน้ำเหนือไหลบ่า หรือน้ำทะเลหนุนสูง ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ก็จะได้รับผลกระทบระดับน้ำสูงล้นตลิ่ง และเข้าท่วมพื้นที่ในที่สุดอยู่ตลอด เหตุนี้เองจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการนำไปสู่แนวพระราชดำริในการย่นระยะทางการระบายน้ำลงสู่ทะเล และการปิดกั้นทางน้ำเลที่จะรุกเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2538 ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงพระราชทานพระราชดำริให้ นายรุ่งเรือง จุลชาต อธิบดีกรมชลประทานขณะนั้น และคณะ ร่วมศึกษาพิจารณาวางโครงการปรับปรุงและขุดลอกคลองลัดโพธิ์เพื่อแก้ปัญหาการระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเดิมทีจะมีระยะทางการระบายที่ไหลอ้อมผ่านบางกระเจ้า จ.สมุทรปราการ เป็นระยะทางกว่า 18 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นระยะทางที่ไกลและใช้เวลานานในการระบายน้ำลงสู่ทะเล

การดำเนินการโครงการนี้ตามพระราชดำริมีขึ้นในปี พ.ศ. 2545 และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2549 โดยเป็นการปรับปรุงคลองลัดโพธิ์ให้มีความกว้าง และลึกกว่าเดิม และมีความยาวจากปากคลองถึงปลายคลองประมาณ 600 เมตร ถือเป็นการร่นระยะทางการไหลของน้ำจาก 18 กิโลเมตร ให้เหลือเพียง 600 เมตร และร่นระยะเวลาจาก 5 ชั่วโมง เหลือเพียง 10 นาทีเท่านั้น

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีพระราชดำริให้ก่อสร้างประตูระบายน้ำที่เอาไว้ใช้เปิด-ปิด ในช่วงน้ำทะเลขึ้น-ลงอีกด้วย โดยประตูดังกล่าวเป็นอาคารประตูคอนกรีตที่มีช่องระบายน้ำ 4 ช่อง พร้อมติดตั้งบานระบายเหล็กแนวตรง กว้าง 14 เมตร สูง 9.55 เมตร วิธีการใช้คือ ในฤดูแล้งจะปิดบานประตูทั้ง 4 บานตลอดฤดู ส่วนในฤดูน้ำหลากจะปิดบานประตูเมื่อน้ำทะเลขึ้น และเปิดในช่วงที่น้ำทะเลลง

และในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2553 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และทรงเปิดสะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 ด้วย

“…น้ำจะขึ้นลง มากกว่าปี 38 แต่ว่าที่ดูในนี้ แก้ไขได้ คือบริหารน้ำให้ไม่ท่วมได้ เพราะว่าเรามีอุปกรณ์ที่สมัยใหม่ ที่จะทำให้น้ำลดลงไปหายไปได้ดีกว่าปี 38 มีหลายแห่งที่ทำได้ โดยเฉพาะที่แม่น้ำเจ้าพระยานี่เอง ตรงปลายแม่น้ำเจ้าพระยาถึงเวลาน้ำขึ้น ก็กั้นเอาไว้ ไม่ให้น้ำขึ้นมาท่วม จุดนี้พูดถึงโดยเฉพาะกรุงเทพฯ ถึงเวลาปล่อยก็ปล่อยได้ และโดยเฉพาะแห่งเดียวที่มีอุปกรณ์อยู่แล้ว คือ ที่พระประแดงที่มีอุปกรณ์ที่เวลาน้ำขึ้น กักเอาไว้ แล้วก็เวลาน้ำลง ปล่อยให้ลง…ถ้าทำเป็นเวลาแล้ว น้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ…”

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เกี่ยวกับความสำเร็จของโครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ไว้เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2549

คลองลัดโพธิ์ในวันนี้ นับเป็นหนึ่งในพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

“ประตูเชื่อมสุข สะพานเชื่อมใจ เพราะพระบริบาล”

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ / มติชนออนไลน์ / สำนักงาน กปร. / FB Somsak Saeoung

อ้างอิง Facebook: น้ำเงินเข้ม
Link:https://www.facebook.com/share/p/1F4pjqmqTp/?mibextid=WC7FNe

ร่วมแสดงความคิดเห็น