น้ำต้น หรือที่รู้จักกันในชื่อ คนโฑ เป็นเครื่องใช้ดั้งเดิมที่มีความสำคัญในวัฒนธรรมของชาวไทใหญ่หรือเงี้ยว ซึ่งอพยพมาตั้งรกรากในบริเวณเหมืองกุงในช่วงสมัยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ ผู้ครองนครเชียงใหม่ ลำดับที่ ๖ โดยเดิมทีน้ำต้นเงี้ยวหรือคนโฑมีลักษณะคล้ายผลน้ำเต้า รูปร่างคอยาวที่ออกแบบมาเพื่อใส่น้ำดื่มให้เย็นสดชื่น เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการทำการเกษตร
น้ำต้นมีการแบ่งออกเป็น 3 ขนาดหลัก ๆ ซึ่งแต่ละขนาดก็มีการใช้งานที่แตกต่างกันไป ขนาดแรกคือ น้ำต้นหลวง ซึ่งมีขนาดใหญ่และใช้สำหรับใส่น้ำไปในไร่นา โดยน้ำต้นหลวงนี้มักมีหู 2 หรือ 4 หูเพื่อใช้ร้อยเชือกสำหรับแบกน้ำต้นบนหลัง เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการขนส่งน้ำในพื้นที่การเกษตร ขนาดที่สองคือ น้ำต้นกลาง ที่มีขนาดพอเหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น การใส่น้ำในวงอาหารหรือใช้ต้อนรับแขก ซึ่งมักถูกใช้งานในบ้านเรือนสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ขนาดสุดท้ายคือ น้ำต้นหน้อย (เล็ก) ที่มีขนาดเล็กที่สุด เหมาะสำหรับการใส่น้ำเพื่อตั้งไว้บนหิ้งบูชาพระ เป็นเครื่องใช้ที่ไม่เพียงแต่สะดวกในการใช้งาน แต่ยังเป็นเครื่องประดับศักดิ์สิทธิ์ในบ้านของชาวล้านนา
ในปัจจุบัน การผลิตน้ำต้นยังคงดำรงอยู่และได้รับการสืบสานจากรุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะใน หมู่บ้านหัตถกรรมทำเครื่องปั้นดินเผา อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งยังคงรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นในการทำเครื่องปั้นดินเผาให้อยู่รอด และน้ำต้นก็กลายเป็นหนึ่งในสินค้าหัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์ของชาวเชียงใหม่และชาวล้านนา น้ำต้นจึงไม่เพียงแต่เป็นเครื่องใช้ที่สะดวกในการทำงานและชีวิตประจำวัน แต่ยังสะท้อนถึงวิถีชีวิตและความผูกพันของชาวล้านนากับธรรมชาติ รวมถึงการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและมีคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ส่งต่อจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน

รูปภาพและแหล่งหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ เชียงใหม่ https://www.finearts.go.th/chiangmaiarchives/view/30464-%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99
ร่วมแสดงความคิดเห็น