กงสุลใหญ่จีนจัดงานพบปะสื่อมวลชนภาคเหนือ

วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมแชงกรีล่า อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายเฉิน ไห่ผิง กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้จัดงานพบปะสื่อมวลชนภาคเหนือ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

โดยในงานนี้ ท่านกงสุลฯ ได้กล่าวถึงความสำเร็จของการเสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในวาระการเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปี ซึ่งถือเป็นการเสด็จเยือนจีนครั้งแรกหลังพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ และถือเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จเยือนจีน นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้ง 2 ประเทศเมื่อปี พ.ศ. 2518 โดยได้รับการตอบรับจากประชาชนทั้งสองประเทศเป็นอย่างดี ผ่านการรายงานข่าวบนสื่อออนไลน์ ตอกย้ำความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของไทยและจีนที่ดำเนินมา 5 ทศวรรษอันยาวนาน

.

ในการเสด็จเยือนของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทั้งสองพระองค์ได้พระราชทานพวงมาลาหน้าอนุสาวรีย์วีรชน พร้อมเสด็จเยือนสถานที่สำคัญในกรุงปักกิ่ง อาทิ วัดหลิงกวง ซึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2567 ได้มีการนำพระเขี้ยวแก้วไปประดิษฐานให้ประชาชนชาวไทยได้สักการะ เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 พร้อมทั้งได้ดูงานด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ และเทคโนโลยีทางอวกาศของจีน ซึ่งมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรี หลี่ เฉียง ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าการเสด็จเยือนครั้งนี้ด้วย

.

นอกจากนี้ในการประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ผ่านมา ได้พิจารณาอนุมัติแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี ฉบับที่ 15 ซึ่งจะยกระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และวัฒนธรรมของจีนให้ก้าวหน้ามากขึ้น ซึ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่ผ่านมา รัฐบาลจีนประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาความยากจน สู่การผลักดันให้จีนก้าวสู่ประเทศอุตสาหกรรมที่มีเศรษฐกิจรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก โดยแผนพัฒนาฉบับล่าสุด จะช่วยให้การพัฒนาเศรษฐกิจจีนครอบคลุมได้ทุกพื้นที่ ท่ามกลางการผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมืองโลก

ในอนาคต จีนจะเปิดกว้างต่อโลกมากขึ้น พร้อมช่วยส่งเสริมด้านเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวจีน โดยท่านกงสุลฯ กล่าวว่า ไทยและจีนมีมุมมองการพัฒนาที่คล้ายคลึงกันในหลายประเด็น จึงได้มีความร่วมมือในการส่งเสริมทางการค้า อุตสาหกรรม เช่น รถยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีสีเขียว สอดคล้องกับนโยบายวิสัยทัศน์ Thailand 4.0 ของรัฐบาลไทย ซึ่งตรงกับนโยบาย One Belt One Road ของรัฐบาลจีน ซึ่งรัฐบาลจีนหวังว่า ความร่วมมือระหว่างสองประเทศจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยให้บรรลุเป้าหมายได้ในที่สุด

.

นอกจากนี้ท่านกงสุลฯ ยังได้นำสื่อมวลชนติดตามความคืบหน้าของโครงการรถไฟทางคู่และการพัฒนาเส้นทางการค้าจากภาคเหนือสู่จีน ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและการค้าของผู้ประกอบการชาวไทยในตลาดจีนมากขึ้น โดยปัจจุบันสินค้าผลไม้ไทย ได้ถูกขนส่งผ่านเส้นทางการค้าที่ได้รับการพัฒนาสู่ตลาดตามเมืองใหญ่ต่างๆของจีน 

.

รวมทั้งจะมีการเข้าร่วมการจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงใหม่ ที่กำลังจะจัดขึ้นเร็วๆนี้ โดยทางกงสุลจะนำภาพยนตร์จีนที่ได้รับการเลือกสรรมาอย่างดี เพื่อจัดฉายให้ประชาชนชาวเชียงใหม่ได้รับชม และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองประเทศ

.

และในสัปดาห์หน้า ท่านกงสุลฯ จะเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพึ่งได้เข้าดำรงตำแหน่งเมื่อไม่นานมานี้ พร้อมทั้งจะมีตัวแทนจากมณฑลชิงไห่เดินทางมาดูงานที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะมีการยกระดับความสัมพันธ์เมืองพี่น้องในอนาคต ซึ่งมณฑลชิงไห่เป็นจุดกำเนิดแม่น้ำโขง แหล่งน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงชาวจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีวัฒนธรรมที่สวยงามหลากหลาย เป็นศูนย์กลางศาสนาพุทธคล้ายคลึงกับจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงมีความพยายามยกระดับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีพลังงานสีเขียวของทั้งสองเมืองด้วย

.

สำหรับสถานการณ์นักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลง ทางท่านกงสุลได้กล่าวว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่า กระทบต่อนักท่องเที่ยวชาวจีน ทำให้ทางกงสุลได้เตรียมยกระดับการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยแก่ประชาชนชาวจีนมากขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนการรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามา

.

ซึ่งในปีหน้านี้ สถานกงสุลใหญ่สาธารณประชาชนจีน จะยังคงให้ความร่วมมืออย่างดีแก่สื่อมวลชนภาคเหนือดังที่ผ่านมา โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์กิจกรรมและความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ 

ร่วมแสดงความคิดเห็น