รู้หรือไม่? การทำประชามติไม่ได้จบเพียงครั้งเดียว ต้องทำประชามติถึง 3 ครั้งถึงจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสมบูรณ์
.
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 ก.พ.) ได้มีประชาชนคนไทยหลายคนได้ออกไปทำหน้าที่ประชาชนกันอย่างกว้างขวาง นั่นคือการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า แต่หน้าที่ของประชาชนยังไม่จบเพียงเท่านี้ ต้องกลับไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์
.
หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า การแก้ไขหรือทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องผ่านกระบวนการหลากหลายขั้นตอน ไม่ใช่แค่เพียงการลงประชามติเพียงรอบเดียวเท่านั้น ต้องผ่านการลงประชามติ 3 ครั้ง ซึ่ง รายละเอียดมีดังนี้
.
การออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้กับคำถามเพียงข้อเดียวคือ “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ถ้าผลการออกเสียงประกาศออกมาว่า เห็นชอบควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผู้มีสิทธิ์จะเสนอร่างในการจัดทำรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 15/1
.
การออกเสียงประชามติครั้งที่สองกับคำถามที่ว่า “เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบหลักเกณฑ์ วิธีการ และสาระสำคัญในการจัดทำรัฐธรรมนูญฯ หมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ส่งให้พิจารณาหรือไม่” ถ้าผลลัพธ์ออกมาว่าเห็นชอบ จะเข้าสู่กระบวนการ “ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ
.
หลังจากที่รัฐสภามีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว จะมีการลงประชามติอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นครั้งที่สามและครั้งสุดท้ายของประชาชนกับคำถามที่ว่า “เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ถ้าผลออกมาว่าเห็นชอบ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จะรับรองผลประชามติอย่างเป็นทางการ จากนั้นรัฐบาลก็จะดำเนินการนำ “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถือว่าประเทศไทยได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างแท้จริง
.
ถึงแม้จะมีการลงประชามติถึง 3 ครั้ง และรวมระยะเวลาในการได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว อาจใช้เวลานานถึง 1 – 2 ปี คนส่วนใหญ่อาจกลัวการเปลี่ยนแปลง และไม่พร้อมที่จะตั้งรับสิ่งใหม่ ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป สังคมยิ่งล้ำหน้ามากขึ้น และมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้จากสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ ดังนั้นการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็อาจทำให้ประเทศเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเช่นกัน อย่าลืมไปใช้สิทธิ์ลงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. เพราะหนึ่งเสียงจะเปลี่ยนประเทศได้อย่างแน่นอน
.
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ThaiPBS

ร่วมแสดงความคิดเห็น