เปิดแถลงการณ์ สภาลมหายใจจังหวัดเชียงใหม่

เปิดแถลงการณ์ สภาลมหายใจจังหวัดเชียงใหม่ ยื่นต่อรัฐบาลหลังนายกฯลงพื้นที่เชียงใหม่เมื่อวานนี้

.

สืบเนื่องจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เตรียมลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569 นี้ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนอย่างใกล้ชิด ช่วงบ่ายเดียวกัน ณ กองพลทหารราบที่ 7 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่จัดการประชุมติดตามสถานการณ์ของนายกรัฐมนตรี พร้อมมอบนโยบายและข้อสั่งการในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ พร้อมตัวแทนภาคประชาชนได้เดินทางมายื่นหนังสือแถลงการณ์แก่ตัวแทนรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 

.

โดยแถลงการณ์ สภาลมหายใจจังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อหาดังต่อไปนี้

.

สืบเนื่องจากวิกฤตการณ์มลพิษทางอากาศ ฝุ่นPM2.5ของประเทศ ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่เกิดขึ้น

ติดต่อกันเป็นเวลานานนับ 2 ทศวรรษ โดยมีแหล่งกำเนิดมาจากหลายแหล่ง ทั้งภาคเมืองขนส่งยานพาหนะ การ

เผาในที่โล่งเกษตรและป่าไม้ ฝุ่นควันข้ามแดน ที่เกี่ยวพันกับหลายมิติที่ซับซ้อนทั้งเรื่อง เศรษฐกิจ ชุมชนสังคม

สิ่งแวดล้อม และสุขภาพคุณภาพชีวิตของทุกๆคนที่ต้องหายใจและใช้ชีวิตท่ามกลางวิกฤตการณ์มลพิษทางอากาศ-

ฝุ่น PM 2.5 ในทุกๆปี

.

แนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นPM2.5 ปัจจุบันมีมาตรการทางนโยบายเป็นเครื่องมือในการดำเนินการ ทั้งการ

วาระแห่งชาติแก้ปัญหาฝุ่นควันฉบับที่2(พ.ศ.2568-2570),ประกาศเขตควบคุมมลพิษ(เชียงใหม่,เชียงราย,ลำพูน

,แม่ฮ่องสอน) ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม , ประกาศห้ามเผาพื้นที่เกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2569 และประกาศจังหวัดเชียงใหม่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2569 ห้าม

ไม่ให้มีการเผาในที่โล่งทุกประเภท หากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย ยกเว้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดต้องขออนุมัติ

จากศูนย์อำเภอและลงทะเบียนผ่านระบบ FireD และ Burn Check ประกาศเหล่านี้พบว่าไม่เป็นเอกภาพไปใน

ทิศทางเดียวกันทั้งช่วงระยะเวลาและแนวทาง ทำให้เกิดความสับสนแก่ประชาชนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้การ

ประกาศปิดป่า การใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างไม่แยกแยะ เท่ากับเป็นการการผลักชาวบ้านให้เป็นศัตรูแทนการ

สร้างความร่วมมือและสนับสนุนแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

.

สภาลมหายใจจังหวัดเชียงใหม่ ขอแสดงจุดยืนและมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลเพื่อร่วมมือกับภาค

ประชาชนในการแก้ไขวิกฤตการณ์มลพิษทางอากาศ-ฝุ่น PM 2.5 ดังนี้

.

1. ระดับจังหวัด

.

1.1 จังหวัดเชียงใหม่มีแผนระยะ 5 ปีแล้วในเรื่องนี้ ขอให้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่ 1 ที่เน้นให้ท้องถิ่นทุกที่มี

แผนและปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่า และการพัฒนาที่มองระยะยาวยั่งยืน

.

1.2 ระยะเร่งด่วนนี้ จังหวัดเชียงใหม่ต้องมีทางออกสำหรับความต้องการใช้ไฟจำเป็น ซึ่งตามแผนของจังหวัด เราจะ

ให้มีไฟจำเป็นในพื้นที่เกษตรที่สูงโดยเฉพาะไร่หมุนเวียน และพื้นที่ป่าไม้บางประเภทที่มีความเสี่ยงโดยการควบคุม

ร่วมกันของผู้เกี่ยวข้องตามระบบที่ได้ออกแบบไว้คือ FireD เพื่อลดแรงกดดันทางสังคม และลดผลกระทบจากการใช้ไฟให้เหลือน้อยที่สุด เนื่องจากเข้าสู่ห้วงเวลาของการเตรียมแปลงเพาะปลูกของเกษตรกร ก่อนเข้าฤดูฝน ไฟไม่ได้

มีแต่โทษแต่มีประโยชน์หากใช้อย่างเหมาะสม อยู่ในการควบคุมตามหลักเกณฑ์

.

2. ระดับประเทศ

.

2.1 ขอเรียกร้องให้ “นายกรัฐมนตรี” ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล แสดงเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน แน่วแน่เป็น

รูปธรรม ต่อสาธารณะในการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์มลพิษทางอากาศ-ฝุ่น PM 2.5 ของประเทศ ที่มองการ

แก้ไขปัญหาระยะยาวที่ยั่งยืน

.

2.2 ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะรัฐมนตรีร้องขอต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

พ.ศ. 2560 มาตรา 147 เพื่อให้รัฐสภาพิจารณา “ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ.

…..” เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์มลพิษทางอากาศ-ฝุ่น PM 2.5 โดยเร็ว ก่อนที่จะครบ

กำหนด 60 วัน คือวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ที่สามารถนำกลับมาพิจารณาต่อได้ พร้อมทั้งจัดทำกฎหมายลูก

โดยเร็วเพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการเตรียมการป้องกันวิกฤตการณ์มลพิษทางอากาศ-ฝุ่น PM 2.5 ได้ทันการณ์

กับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยร่างกฎหมายฉบับที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร 3 วาระมา

นั้น เป็นร่างพระราชบัญญัติที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ-ฝุ่น PM 2.5 จากการ

แก้ปัญหาแบบปลายเหตุและตามฤดูกาลไปสู่การแก้ปัญหาที่สาเหตุโดยตรงและอย่างต่อเนื่อง แทนการ

แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบบรรเทาสาธารณภัยซึ่งเป็นการผิดทิศผิดทางในการแก้ปัญหา

.

ทั้งนี้ หากรัฐบาลเลือกแนวทางที่จะประวิงเวลาในการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์มลพิษทางอากาศ-ฝุ่น

PM 2.5 ด้วยการไม่ร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อให้พิจารณา “ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด

พ.ศ. …..” ภายใน 60 วันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 นอกจากจะเป็นการทำร้ายคุณภาพชีวิตของประชาชน

ทั้งประเทศแล้ว ยังเป็นการทำลายโอกาสทางเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของประชาชน และที่สำคัญอย่างยิ่ง การ

เลือกที่จะประวิงเวลาจะทำให้รัฐบาลได้ชื่อว่าเป็น “รัฐบาลที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อประชาชน”

ร่วมแสดงความคิดเห็น