กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะประชาชนให้ติดตามสภาพอากาศและประกาศแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานราชการ สังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติ ตรวจสอบความแข็งแรง สิ่งปลูกสร้างบ้านเรือน กำจัดขยะหรือสิ่งอุดตันในทางระบายน้ำรอบบ้านเพื่อป้องกันการท่วมขัง จัดเตรียมขนย้ายสิ่งของมีค่าและอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูง พร้อมเตรียมวัสดุอุปกรณ์สำหรับป้องกันน้ำเข้าบ้าน อุปกรณ์ยังชีพ และจดจำเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินเพื่อติดต่อขอความช่วยเหลือ หากระดับน้ำเพิ่มขึ้นสูงให้อพยพไปยังที่ปลอดภัย
.
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤษภาคม 2569 ปภ. และกรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือน 29 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ และบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่าน เพื่อความปลอดภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะวิธีรับมือและสังเกตสัญญาณเตือนน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และ น้ำท่วมขัง โดยประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำ พร้อมประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด สังเกตความผิดปกติธรรมชาติหากมีฝนตกต่อเนื่องและมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นให้เฝ้าระวังสถานการณ์ พร้อมตรวจสอบโครงสร้างบ้าน ท่อน้ำทิ้ง และคันกั้นน้ำให้อยู่ในสภาพดี หากมีเศษขยะหรือดินโคลนอุดตันให้รีบกำจัดออก รวมทั้งจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินที่บรรจุสิ่งของจำเป็นต้องใช้ยามฉุกเฉิน อาทิ เครื่องอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค น้ำดื่ม รวมทั้งเตรียมเสื้อชูชีพ แบตเตอรี่สำรอง โทรศัพท์มือถือ เอกสารสำคัญไว้ในซองกันน้ำ และเสริมกระสอบทรายเพื่อจัดวางแนวคั้นกั้นน้ำ หรือเสริมคันดินบริเวณรอบบ้าน และตรวจสอบให้อยู่ในสภาพแข็งแรง ที่สำคัญ หากประชาชนได้รับการแจ้งเตือน ทั้งจากข้อความสั้น (SMS) ระบบ Cell Broadcast หรือคำแนะนำจากทางราชการขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะหากมีการแจ้งให้อพยพ ให้จัดเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง การอพยพสัตว์เลี้ยงและเคลื่อนย้ายพาหนะไปยังที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ควรสับคัทเอาท์ตัดกระแสไฟฟ้าเมื่อน้ำท่วมบ้านเรือน ไม่ใช้และสัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้ากรณีร่างกายเปียกชื้นและไม่เข้าใกล้แนวสายไฟฟ้า เสาไฟฟ้า หรือสัมผัสวัตถุที่เป็นสื่อนำไฟฟ้า ไม่ประกอบกิจกรรมบริเวณที่มีน้ำท่วมและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว เพื่อความปลอดภัย
ท้ายนี้ ปภ. ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารสถานการณ์สาธารณภัยได้ที่ Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและแจ้งเหตุและแจ้งเหตุ 1784” รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

ร่วมแสดงความคิดเห็น