มหาวิทยาลัยพายัพ ผนึกกำลัง สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) สมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย ดันท้องถิ่นไทยขับเคลื่อน “Smart City”พลิกบริการรัฐสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
มหาวิทยาลัยพายัพ เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของประเทศ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA สมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย (TUDA) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9 แห่ง พร้อมจัดเวทีเสวนาวิชาการ “การขับเคลื่อนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสู่เมืองอัจฉริยะ พลิกโฉมบริการสาธารณะด้วยนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อประชาชน” เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยพายัพ เขตแม่คาว จังหวัดเชียงใหม่
สำหรับพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) ครั้งนี้ มีอาจารย์อภิชา อินสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพายัพ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ พราหมณพันธุ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษมหาวิทยาลัยพายัพ คุณณัฐวัชร์ วรนพกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) รองศาสตราจารย์ ศิวพงศ์ ทองเจือ นายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย (TUDA)
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9 แห่ง ประกอบด้วย นายอภินันท์ เชาวลิต นายกเทศมนตรีเมืองท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช นายนิกูล เชาวลิต นายกเทศมนตรีเมืองท่าขึ้น จังหวัดนครศรีธรรมราช นายณฐภณ ภิรมย์สมบัติ นายกเทศมนตรีตำบลเขานิพันธ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายเอกภพ โตมรศักดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลหัวทะเล จังหวัดนครราชสีมา นายเกรียงศักดิ์ ผดุงกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทยบุรี จังหวัดนครศรีธรรมราช นายดนัย ทิพย์ยาน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ดร.สุภชัย นาคสุวรรณ์ ปลัดเทศบาลตำบลนาเหรง จังหวัดนครศรีธรรมราช นางอุไรวรรณ บรรดาศักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าร่อน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายอัตพร เมืองมุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสี่ขีด จังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) ในครั้งนี้
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาควิชาชีพ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันพัฒนา “Smart City” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยมหาวิทยาลัยพายัพ จะทำหน้าที่สนับสนุนด้านองค์ความรู้ งานวิจัย การพัฒนาบุคลากร และการจัดทำแผนยุทธศาสตร์เมืองอัจฉริยะ ขณะที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) จะสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัลภาครัฐ และมาตรฐานกลางของระบบบริการดิจิทัล ส่วนสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย จะร่วมสนับสนุนด้านการออกแบบและวางผังเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน
ภายในงานยังมีการบรรยายและเสวนาพิเศษเกี่ยวกับ“การขับเคลื่อนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสู่เมืองอัจฉริยะ พลิกโฉมบริการสาธารณะด้วยนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อประชาชน” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.กิจฐเชต ไกรวาส ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ (ภารกิจบริการวิชาการ) และหัวหน้าสาขาวิชานวัตกรรมการบริหารการพัฒนาเมือง มหาวิทยาลัยพายัพ ได้นำเสนอแนวคิดการบริหารเมืองยุคใหม่ ที่เน้นการใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมือง การวางผังเมือง และการบริการสาธารณะให้ตอบโจทย์ประชาชนอย่างยั่งยืน และแนะนำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลุกขึ้นมาร่วมกันแก้ปัญหาโจทย์ของเมือง เพื่อไม่ให้เป็นภาระของลูกหลานในอนาคต
คุณณัฐวัชร์ วรนพกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ด้นำเสนอแนวทางการพัฒนาระบบดิจิทัลภาครัฐและมาตรฐานกลางของประเทศ เพื่อสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาระบบ Smart Office และบริการดิจิทัลภาครัฐ อาทิ ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ระบบ One Stop Service การขออนุญาตออนไลน์ และบริการภาครัฐแบบดิจิทัลครบวงจร เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการภาครัฐได้รวดเร็ว โปร่งใส และลดขั้นตอนการทำงาน
ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ศิวพงศ์ ทองเจือ นายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย ได้สะท้อนมุมมองด้านการออกแบบและพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ที่ต้องคำนึงถึงทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต การวางผังเมือง การคมนาคม และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเน้นว่า “Smart City ไม่ใช่เพียงเมืองที่ใช้เทคโนโลยี แต่ต้องเป็นเมืองที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม”
ด้านตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายอภินันท์ เชาวลิต นายกเทศมนตรีเมืองท่าศาลา กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการเมืองของท้องถิ่น โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชน การจัดการข้อมูลเมือง และการวางแผนพัฒนาเมืองในอนาคต นายเสรี ขำสุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าสะแก และ นายสุรชัย ดีล้อม รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลป่าสะแกได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการก้าวสู่เมืองอัจฉริยะ โดยเห็นตรงกันว่า การพัฒนาคนและการสร้างความเข้าใจด้านเทคโนโลยีให้กับบุคลากรท้องถิ่น เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้การพัฒนา Smart City เกิดผลอย่างยั่งยืน
ด้านผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมงาน ต่างสะท้อนตรงกันว่า “การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ” จะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ต้องเริ่มจากการพัฒนาคน พัฒนาระบบ และสร้างความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และถึงเวลาแล้วที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องขับเคลื่อนเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ โครงการ “การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นชั้นนำ” ของมหาวิทยาลัยพายัพ มีระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี ระหว่างปีงบประมาณ 2570–2574 ครอบคลุมการจัดทำยุทธศาสตร์เมืองอัจฉริยะ 7 ด้าน การพัฒนาระบบสำนักงานอัจฉริยะ (Smart Office) การพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น ตลอดจนการผลักดันโครงการนำร่องด้านเมืองอัจฉริยะในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสร้างต้นแบบการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน




ร่วมแสดงความคิดเห็น