ภาคท่องเที่ยวเชียงใหม่ห่วงเลิกวีซ่าฟรีเสียโอกาส แนะรัฐสื่อสารนานาชาติให้ชัดเจน มองวีซ่าเฉพาะกลุ่มเป็นทางเลือกใหม่
ภาคท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ออกมาแสดงความเห็นหลัง ครม.มีมติยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน ที่จะส่งผลให้มีการปรับลดเวลาการพำนักของชาวต่างชาติจาก 93 ประเทศ ต้องกลับไปใช้เกณฑ์เดิม โดยมองว่าเป็นเรื่องปกติของการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเข้าประเทศเพื่อความเหมาะสมตามสถานการณ์ และเชื่อว่าระยะเวลาที่ลดลงจะไม่ส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่รัฐบาลจะต้องสื่อสารในทางบวกกับต่างชาติให้มีความชัดเจนและมีมาตรการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวเพื่อลดผลกระทบในระยะยาว
นางละเอียด บุ้งศรีทอง ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ มองว่า กลุ่มชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวหรือกลุ่มลองสเตย์ในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ ทั้ง กลุ่มรีโมทเวิร์คเกอร์และดิจิทัลนอร์แมต มีสัดส่วนประมาณ 5 – 8 เปอร์เซ็นต์ แม้จะดูไม่มาก แต่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จึงไม่ควรจะสูญเสียโอกาสในกลุ่มนี้ไป เมื่อมีการประบเปลี่ยนมาตรการก็ควรจะมีการปรับเงื่อนไขไปพร้อมกัน เพราะลองสเตย์ในหลายบางประเทศมีการลดเงื่อนไขความยุ่งยากไปมากแล้ว
รัฐบาลและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยควรจะต้องใช้ข้อมูลเชิงสถิติและเอไอมาวิเคราะห์ตลาดว่าตลาดกลุ่มไหนนิยมไปพักที่เมืองไหน ซึ่งข้อมูลนี้อาจเป็นตัวช่วยในการปรับเปลี่ยนวีซ่าเฉพาะกลุ่มที่เหมาะสมได้ในอนาคต
นางละเอียด เปิดเผยว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ในไตรมาส 2 เงียบเหงากว่าปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวภายในประเทศแผ่วลงมากซึ่งเป็นผลจากต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นทั้งราคาน้ำมันและตั๋วเครื่องบินที่ปรับขึ้นถึง 25-30 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่อัตราเฉลี่ยการเข้าพักลดลงประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยหวังว่าในช่วงไตรมาส 4 ที่เป็นช่วงไฮซีซั่นของเชียงใหม่ การท่องเที่ยวจะกลับมาคึกคักมากขึ้น
หลังจากนี้บอร์ดบริหารสมาคมโรงแรมไทยทั่วประเทศจะมีการประชุมหารือเกี่ยวกับข้อเสนอถึงภาครัฐ กระตุ้นให้มีการส่งเสริมศักยภาพของห่วงโซ่ผู้ประกอบการในแต่ละภูมิภาค และคาดหวังว่ารัฐบาลจะมีกลยุทธ์ระดับประเทศเพื่อส่งเสริมการตลาดให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยเฉพาะการสื่อสารให้นักเดินทางเลือกประเทศไทยเป็นลำดับต้น ๆ ของจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวในไตรมาส 4 ที่จะมาถึงนี้





ร่วมแสดงความคิดเห็น