กรมชลประทาน เคาะแบบ “อ่างเก็บน้ำแม่วาง” จุน้ำ 25 ล้าน ลบ.ม. ช่วยเกษตรกว่า 48,000 ไร่

กรมชลประทานเคาะ! แบบ “อ่างเก็บน้ำแม่วาง” ความหวังชาวบ้านใกล้เป็นจริง จุน้ำ 25 ล้าน ลบ.ม. ช่วยเกษตรกว่า 48,000 ไร่ เตรียมชง ครม. สร้างแหล่งน้ำใหญ่หล่อเลี้ยง 3 อำเภอ หลังรอคอยนานกว่า 35 ปี

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมสวรรคโลก โรงแรมคุ้มภูคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการงานจ้างสำรวจ ออกแบบ โครงการอ่างเก็บน้ำแม่วาง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายไกรนิธี รัตนธาดา นายช่างโยธาอาวุโส ผู้แทนกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน และหัวหน้าหน่วยงานราชการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

การจัดประชุมครั้งนี้ เพื่อนำเสนอผลสรุปงานสำรวจและออกแบบ รายละเอียดของโครงการฯ พร้อมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อที่คณะผู้ดำเนินงานจะได้ฟนำไปประกอบการดำเนินงานให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ โดยโครงการฯ นี้จะใช้ประโยชน์ในการกักเก็บน้ำช่วงฤดูแล้งและบรรเทาน้ำท่วม ครอบคลุมพื้นที่ประโยชน์ทางการเกษตรกว่า 48,780 ไร่ ใน 3 อำเภอ 11 ตำบล ได้แก่ อำเภอแม่วาง อำเภอสันป่าตอง และอำเภอดอยหล่อ รวมถึงช่วยส่งน้ำต่อไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยมะนาวที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคได้อย่างต่อเนื่อง โดยตัวอ่างเก็บน้ำมีความจุที่ระดับกักเก็บปกติประมาณ 25 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับลักษณะทางวิศวกรรม ตัวเขื่อนถูกออกแบบเป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว มีความสูง 80 เมตร ความยาวสันเขื่อน 700 เมตร และมีอาคารระบายน้ำล้นประเภทบานระบายโค้ง (Radial Gate) ขนาด 6.00 x 6.00 เมตร จำนวน 5 บาน ทั้งนี้เนื่องจากที่ตั้งของโครงการอยู่ใกล้กับรอยเลื่อนแม่วาง ทางกรมชลประทานจึงได้กำหนดให้มีการคำนวณออกแบบโครงสร้างให้สามารถต้านทานแรงแผ่นดินไหวในระดับสูงได้สูงสุดถึง 7 แมกนิจูด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนในพื้นที่ โดยตัวโครงการตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 บ้านใหม่ปางเติม ตำบลบ้านกาด อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพื้นที่บางส่วนรวม 1,038 ไร่ (พื้นที่อ่างเก็บน้ำ 867 ไร่ และพื้นที่หัวงาน 171 ไร่) อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติออบขาน อุทยานแห่งชาติแม่วาง และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ รวมถึงพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1A และ 1B

ขั้นตอนต่อจากนี้ หลังจากงานจ้างสำรวจและออกแบบโดยกิจการร่วมค้า IESPD JV (ซึ่งประกอบด้วย บริษัท วิศวชลกร จำกัด และ บริษัท ศุภฤกษ์ แพลนนิ่ง แอนด์ ดีไซน์ จำกัด) สิ้นสุดสัญญาลงในวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 กรมชลประทานจะนำแบบก่อสร้างและมูลค่างานเข้าสู่กระบวนการขออนุมัติงบประมาณจาก ครม. พร้อมทั้งเดินหน้าขออนุญาตเพิกถอนและใช้พื้นที่ป่าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระบวนการทางกฎหมายด้านพื้นที่ป่าต้องใช้เวลาพอสมควร โดยจะใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้นประมาณ 3,037.75 ล้านบาท

นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน (ผอ.อส.) กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการนี้ได้มีการศึกษา สำรวจ ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นการจัดปัจฉิมนิเทศโครงการฯ เป็นรอบสุดท้ายของกระบวนการออกแบบ สัปดาห์หน้าหมดสัญญาในเรื่องการศึกษา สำรวจ ออกแบบ เมื่อหมดสัญญาแล้วก็จะทราบรูปแบบที่แน่นอน รวมถึงงบประมาณที่จะนำไปก่อสร้าง ซึ่งโครงการนี้ต้องใช้งบประมาณมากกว่า 1,000 ล้านบาท วงเงินก่อสร้างสูงถึง 3,000 ล้านบาท ทางกรมชลประทานต้องเตรียมเอกสารนำเสนอ ครม. รวมถึง คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เมื่อ ครม. เห็นชอบจัดสรรงบประมาณ ซึ่งต้องขยับในปีงบประมาณ 2571 เพราะกรอบโครงการต่างๆ ของปีงบประมาณ 70 นั้นใกล้จะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนเอกสารในเรื่องของเขตพื้นที่ป่า และข้อมูลอื่นๆ ก็ต้องขอให้ทันในปี 71 ส่วนงบประมาณการก่อสร้างถ้าไม่ได้ในปีงบประมาณ 2571 ก็จะต้องของบในปี 2572 เมื่อได้งบประมาณมาแล้วถึงจะถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อสร้างแล้ว ซึ่งเขื่อนที่มีความสูงและมีปริมาณน้ำมากขนาดนี้ จะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 4 ปี หากได้งบประมาณปี 2571 ก็จะก่อสร้างในปี 2572 คาดว่าก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นปี 2575 ซึ่งยังคงเป็นภาพรวม แต่ในรายละเอียดปลีกย่อยนั้น จะต้องทำเอกสาร และได้รับความเห็นชอบจากพื้นที่ทั้งหมดที่ทำการศึกษา ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ทำการศึกษา ต้องรวบรวมมาทั้งหมด เพื่อนำเสนอ ครม. ในการขออนุมัติงบประมาณ

ด้าน นายสมาน จันทร์แดง รองนายก อบต.บ้านกาด ในฐานะหัวหน้ากลุ่มผู้ใช้น้ำฝายนอน ได้เป็นตัวแทนชาวบ้านแสดงความยินดีต่อความคืบหน้าในครั้งนี้ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ 4 อำเภอ 12 ตำบล เฝ้ารอและพยายามต่อสู้ผลักดันโครงการนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 รวมเวลานานกว่า 35 ปี จึงอยากวิงวอนให้ทางรัฐบาลช่วยเร่งรัดการก่อสร้างให้สำเร็จโดยเร็วเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่รอคอยอย่างมีความหวัง

ร่วมแสดงความคิดเห็น