สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ จัดงาน “วันมัคคุเทศก์ไทย 2569” น้อมรำลึกพระบิดาแห่งมัคคุเทศก์ไทย
สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ รวมพลังมัคคุเทศก์ทุกภาษา กว่า 100 คน จัดใหญ่ “วันมัคคุเทศก์ไทย 2569” น้อมรำลึกพระบิดาแห่งมัคคุเทศก์ไทย ยกย่องบทบาททูตวัฒนธรรม พร้อมผนึกภาครัฐ–เอกชนพัฒนาวิชาชีพสู่มาตรฐานสากล
วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2569 นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้มาเป็นประธานในงาน “วันมัคคุเทศก์ไทย 2569” พร้อมด้วย นายนภดล อาวุธกรรมปรีชา นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาภาคเหนือ นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ นายวัชรายุธ์ กัววงศ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ หน่วยงานภาครัฐ นายกสมาคม และตัวแทนนายกสมาคมพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว ผู้มีเกียรติ และ มัคคุเทศก์ทุกๆภาษา ร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยมีนางพิกุล เรืองไชย นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุมเชียงแสน โรงแรมดวงตะวัน เชียงใหม่
นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า งาน “วันมัคคุเทศก์ไทย” ตรงกับวันที่ 21 มิถุนายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันประสูติของพลเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ “พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดี และพระบิดาแห่งมัคคุเทศก์ไทย”
มัคคุเทศก์คือหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยว ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมโยงวัฒนธรรม เป็นสะพานที่นำพาเรื่องราวอันงดงามของประเทศไทยไปสู่สายตาชาวโลก มัคคุเทศก์ไม่ใช่แค่ผู้ให้ข้อมูล แต่เป็นทูตวัฒนธรรม ที่ทำหน้าที่เผยแพร่เอกลักษณ์ของชาติ บทบาทของมัคคุเทศก์ครอบคลุมหลายมิติ อาทิ ผู้เผยแพร่วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ผู้สร้างความประทับใจแรกให้กับนักท่องเที่ยว ผู้จัดการประสบการณ์การเดินทาง และผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เบื้องหลังรอยยิ้มและการบริการอันน่าประทับใจ มักดุเทศก์ไทยหลายท่านต้องเผชิญกับความท้าทายและความเสียสละมากมายเพื่อให้แน่ใจว่านักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด
ความทุ่มเทเหล่านี้สะท้อนผ่านหลากหลายแง่มุม ได้แก่ ความอดทน และความเสียสละส่วนตัว ทำงานในวันหยุด และเทศกาลสำคัญ เดินทางตลอดเวลา และห่างไกลจากครอบครัว เผชิญกับสภาพอากาศที่หลากหลาย การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จัดการกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุของนักท่องเที่ยว แก้ไขปัญหาการสื่อสาร และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ อย่างมีสติ ด้วยบทบาทหน้าที่เหล่านี้ทำให้มัคคุเทศก์ไทยเป็นที่ยอมรับ และได้รับคำชื่นชมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก พวกเขา คือผู้สร้างชื่อเสียง และภาพลักษณ์ที่ดีงามให้กับประเทศไทยอย่างแท้จริง
ในวาระอันเป็นมงคลของวันมัคคุเทศก์ไทย วันที่ 21 มิถุนายน 2569 นี้ ขอถือโอกาสนี้กล่าวคำอวยพร และส่งกำลังใจไปยังมัคคุเทศก์ไทยทุกท่าน ไม่ว่าจะอยู่ในภูมิภาคใด หรือให้บริการแก่นักท่องเที่ยวกลุ่มใดก็ตาม ขอให้ทุกท่านจงประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ที่เปี่ยมด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีนี้ พวกเราทุกคนตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของท่าน ขอให้จงภาคภูมิใจในอาชีพนี้ และมุ่งมั่นพัฒนาตนเองต่อไป เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวไกลและยั่งยืนในเวทีระดับโลก
นางพิกุล เรืองไชย นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ กล่าวว่า สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ ได้เห็นถึงความสำคัญในบทบาทของมัคคุเทศก์ไทยซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ที่ทำรายได้หลักเข้าสู่ประเทศ
ได้มีการจัดงานวันมัคคุเทศก์ไทยประจำปี 2569 ในวันนี้
มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงในพระกรุณาธิคุณแห่งองค์พระบิดามัคคุเทศก์ไทย พลเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระองค์ท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลก ผู้มีคุณูปการต่อการประสิทธิ์ประสาทตำราวิชาความรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และองค์ความรู้หลากหลายให้กับมัคคุเทศก์ไทย ซึ่งมัคคุเทศก์ได้ศึกษาค้นคว้าเจริญรอยตามพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่าน องค์พระบิดาแห่งมัคคุเทศก์ไทย
การจัดงานวันมัคคุเทศก์ไทยโดย สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ ได้ดำเนินการจัดงานต่อเนื่องทุกปี เป็นวาระและภารกิจสำคัญที่สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ได้ตั้งปณิธานยึดมั่นในการดำเนินงาน และสานต่อสืบไป เพื่อตระหนักถึงความสำคัญแห่งพระบิดามัคคุเทศก์ไทยผู้มีคุณูปการต่อการท่องเที่ยวไทย และเป็นผู้มีอัจฉริยภาพมองการณ์ไกลในการค้นคว้าข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ซึ่งมัคคุเทศก์ไทยได้ใช้ตำราของพระองค์ท่านเป็นข้อมูลบรรยายการนำเที่ยวมาถึงทุกวันนี้
นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ กล่าวอีกว่า การจัดกิจกรรมวันมัคคุเทศก์ในวันนี้ เป็นการน้อมถวายความกตัญญต่อองค์บิดามัคคุเทศก์ไทยอย่างหา ที่สุดมิได้ โดยในภาคเช้าเป็นส่วนของพิธีการ การวางพานพุ่ม จากสำนักงานทะเบียนธุรกิจท่องเที่ยวและ มัคคุเทศก์สาขาภาคเหนือ และ ชมรม มัคคุเทศก์ภาษาต่างๆ รวม 17 ชมรม และในภาคค่ำเป็นการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ จัดเลี้ยงอาหารเย็น และนำยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ ข้าวสาร สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นไปมอบแก่ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านธรรมปกรณ์เชียงใหม่




ร่วมแสดงความคิดเห็น