เหตุเกิดเมื่อ 5 ปีก่อน แต่เรื่องราวยังต่อเนื่องมาถึงวันนี้
แผนบ่อนทำลายงานควบคุมยาสูบของประเทศไทย
ในวงพูดคุยถอดบทเรียนการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีวิทยากรได้พูดถึงประเด็นจุดแข็ง และแนวทางการต่อสู้กับจุดแข็งของการควบคุมการสูบบุหรี่ของประเทศไทย โดยบอกว่าจุดแข็งมีอยู่เด่นชัด 2 ข้อ คือ
1. มีภาคประชาสังคมหนุนเสริมเติมเต็มส่วนขาดที่หน่วยงานภาครัฐ (ที่อ่อนแอมาก ๆ เพราะเป็นระบบราชการล้าหลัง ไม่เท่าทันกับการต่อสู้ของภาคธุรกิจพวกเรา) จึงยังทำให้ภาคธุรกิจเจาะเชิงรุกไม่ได้เท่าที่ควร
2. ราชการโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ที่สร้างภาพว่าเป็นแม่งานใหญ่ แต่ถ้าเจาะลึกไปจริง ๆ มีตัวเด่น หรือ keyman ไม่กี่คน งบต่าง ๆ ที่ภาครัฐปกติมีเป็นราคาคุย เพราะงบรัฐ ถึงให้มากกว่านี้ก็ไม่เอื้อต่องานควบคุมการสูบบุหรี่ ที่มี movement ตลอดเวลา เงินจาก สสส. จึงเป็นกุญแจสำคัญดันให้หลายงานสำเร็จไม่ขายหน้าประเทศอื่นที่มองว่าประเทศไทยดีเด่นนำโลก
ด้วยเหตุนี้ ถ้าภาคธุรกิจอย่างพวกเราจะต่อสู้ เพื่อให้ธุรกิจไปได้ ก็พอมีอยู่หลายหนทาง เช่น
1. สร้างเหตุการณ์เพื่อสร้างจุดแตกหักในความสัมพันธ์ ระหว่าง NGO หมออาวุโสกับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งส่วนตัวแล้วคิดว่ายากพอควร เพราะมีเบื้องลึกบางอย่างที่ผูกติดกันอยู่
2. ตัดวงจรกำลังสนับสนุน โดยเฉพาะเรื่องงบทำงานควบคุมการสูบบุหรี่ ซึ่งถ้าประเมิน ณ วันนี้ มี 2 ทาง คือ
1) ปรับกฎหมายของ สสส. ไม่ให้จุนเจือหน่วยงานรัฐมาทำงานเรื่องห้ามสูบบุหรี่ ซึ่งแนวนี้คิดว่าเป็นไปได้ยาก เพราะกองทุนนี้ มีพระเอกหลักความสำเร็จคือเรื่องบุหรี่ด้วย ซึ่งเท่าที่พยายามมา 4-5 ปี ไม่มีใครเล่นด้วย แม้แต่ระดับสภา กับวิธีที่
2) คือ ถ้าห้ามเจ้าของเงินไม่ได้ ก็มาโยงกับจุดแข็งข้อ 2 คือ ทำให้คนรับ (ภาครัฐ) ไม่อยากรับเงินจากกองทุน ซึ่งวิธีนี้ความน่าจะเป็นสูงกว่ามาก เพราะ 2 ปัจจัย คือ
ก ) ผู้บริหารรัฐเชื่อมั่นไปเองว่า ปัญหาสูบบุหรี่จัดการเองได้ไม่ต้องพึ่งพาใคร
ข )กระทรวงการคลังไม่มีทางสนับสนุนเงินงบรัฐมาเพื่อภารกิจนี้แน่ ๆ เพราะถ้ามองในภาพรวมของงบประมาณประเทศ กองทุนสุขภาพมีมาเพื่อทำเรื่องบุหรี่ เพราะเก็บมาจากธุรกิจของพวกเรา
ถ้าทุกอย่างเป็นแบบหนทางที่ 2 คือ ตัดวงจรการสนับสนุน ทำให้ภาครัฐปฏิเสธการช่วยเหลือจาก NGO กับเงิน สสส. ได้ พวกเราก็พอจะต่อสู้หรือทัดทานได้อย่างสูสี หรือชะลอการรุกคืบของภาครัฐในการเข้ามาควบคุมธุรกิจของพวกเราได้(จากเอกสารลับที่ได้รับ)
ที่มา : เอกสารจากที่ประชุม Asia Pacific Travel Retail Association (APTRA) ปี 2564 ที่ได้รับโดย โครงการเฝ้าระวังกลยุทธ์บริษัทบุหรี่เครือข่ายการควบคุมการบริโภคยาสูบอาเซียน (SEATCA) APTRA มีบริษัทบุหรี่ข้ามชาติที่ทำธุรกิจในประเทศไทยร่วมเป็นสมาชิกและเป็นบอร์ดบริหาร
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 28 มิถุนายน 2569
อ้างอิง
https://www.ashthailand.or.th/uploads/ckfiles/1659431871_ฉีกหน้ากากอุตสาหกรรมบุหรี่.pdf

ร่วมแสดงความคิดเห็น