รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่เชียงราย สั่งเร่งแก้ภัยเอลนีโญ ดันสร้างประตูระบายน้ำ–ระบบส่งน้ำ “ป่าแดด–พาน” พร้อมเตรียมแหล่งน้ำรองรับฝนหลวง
วันที่ 6 ก.ค. 69 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลด้านการบริหารจัดการน้ำ การช่วยเหลือเกษตรกร และการเตรียมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับ
กำหนดการเริ่มเมื่อเวลา 11.55 น. ที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ก่อนเดินทางไปยังอาคารศิริวัฒน์ ต.ป่าแงะ อ.ป่าแดด และหอประชุมเทศบาลตำบลเมืองพาน อ.พาน เพื่อติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยช่วงเวลา 14.20 น. นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมลงพื้นที่ที่อำเภอป่าแดด และเวลา 15.45 น. นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมลงพื้นที่ที่อำเภอพาน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีข้อสั่งการเพื่อรับมือสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงและผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยกำชับให้กรมชลประทานและกรมฝนหลวงและการบินเกษตรเร่งดำเนินการเชิงรุก เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ ลดผลกระทบต่อภาคการเกษตร และบรรเทาปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่น PM2.5
สำหรับพื้นที่อำเภอป่าแดด ได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งผลักดันโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านร่องเปา พร้อมระบบส่งน้ำ ตำบลป่าแงะ เพื่อช่วยบรรเทาอุทกภัยและสนับสนุนพื้นที่การเกษตรกว่า 18,200 ไร่ รวมทั้งเตรียมแหล่งน้ำและอ่างเก็บน้ำให้พร้อมรองรับการปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด
ด้านกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ให้ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติการทำฝนหลวงทันทีเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย เพื่อเติมน้ำให้พื้นที่ขาดแคลนและอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ขณะเดียวกันในช่วงฤดูแล้งให้ใช้ปฏิบัติการฝนหลวงช่วยลดความรุนแรงของไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5
ส่วนพื้นที่อำเภอพาน รัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งดำเนินโครงการปรับปรุงระบบส่งน้ำคลองซอย 3L-RMC ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำให้พื้นที่เกษตร 1,650 ไร่ ก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านแม่หนาดพร้อมระบบส่งน้ำ ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร รองรับพื้นที่เกษตร 800 ไร่ รวมทั้งขุดลอกและกำจัดสิ่งกีดขวางลำน้ำสายหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง
นายสุริยะยังเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกัน ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง เติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนและอ่างเก็บน้ำ สร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ ควบคู่กับการลดผลกระทบจากไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน.




ร่วมแสดงความคิดเห็น