จังหวัดเชียงใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อน “โครงการร้อยใจรักษ์” ต่อยอดการพัฒนาทางเลือก สร้างอาชีพ-รายได้

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมอำนวยการ ชั้น 3 อาคารศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายชัชวาล ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการโครงการร้อยใจรักษ์ระดับพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานการประชุม ในการนี้ นายนักปราชญ์ ไชยานนท์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ได้มอบหมายให้ นายพงษ์ศักดิ์ แก้วแสนเมือง ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 60 คน เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหายาเสพติดผ่านการพัฒนาทางเลือกในพื้นที่
.
ในที่ประชุมได้ร่วมกันติดตามความก้าวหน้าของโครงการร้อยใจรักษ์ ซึ่งถือเป็นต้นแบบการพัฒนาทางเลือกในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้น้อมนำ “ศาสตร์พระราชา ตำราแม่ฟ้าหลวง” มาประยุกต์ใช้ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย 4 หมู่บ้าน 21 หย่อมบ้าน ที่เคยประสบปัญหายาเสพติดอย่างรุนแรงมาตั้งแต่ปี 2560 จากผลการดำเนินงานพบว่า สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่มีแนวโน้มลดลงและสามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันคดียาเสพติดในพื้นที่โครงการคิดเป็นเพียงร้อยละ 2.7 ของคดีทั้งหมดในอำเภอแม่อาย ควบคู่ไปกับการบำบัดรักษาผู้เสพผ่านโครงการมินิธัญญารักษ์ (CBTx) และการติดตามดูแลผู้ผ่านการบำบัดและผู้พ้นโทษตามแนวทางอาสาทำดี รวมจำนวน 59 ราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
.
ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ โครงการได้ส่งเสริมอาชีพทั้งในภาคการเกษตร ปศุสัตว์ หัตถกรรม และการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้และลดปัจจัยเสี่ยงในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ส่งผลให้ปัจจุบันประชาชนมีรายได้เฉลี่ยสูงถึง 220,711 บาทต่อครัวเรือนต่อปี ซึ่งสูงกว่าเส้นความยากจนของจังหวัดเชียงใหม่ โดยโครงการสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนจากพืชระยะสั้นกว่า 3.15 ล้านบาท พืชระยะยาว 4.7 แสนบาท ภาคปศุสัตว์ 9.09 ล้านบาท งานหัตถกรรม 5.9 แสนบาท และการท่องเที่ยวสวนร้อยใจรักษ์กว่า 2.1 ล้านบาท พร้อมทั้งมีการจัดตั้งกองทุนรับซื้อผลผลิตจำนวน 5 กองทุน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านการตลาด นอกจากนี้ ผลการประเมินสัมฤทธิ์ระยะพอเพียง (ปี 2563-2567) โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในปีงบประมาณ 2569 ยังยืนยันถึงความสำเร็จของโครงการในการนำแนวคิดการพัฒนาทางเลือกมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน
.
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้นำเสนอความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานทั้งหมด เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการร้อยใจรักษ์ ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ซึ่งจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ณ กระทรวงยุติธรรม เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการพัฒนาทางเลือกในการแก้ไขปัญหายาเสพติดบนพื้นที่สูงให้เกิดความยั่งยืนในระดับนโยบายต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น