เกษตรกรบ้านละเบ้ายาผวา! เงาะกว่า 1 แสนกิโลฯ จ่อทะลักตลาด วอนรัฐ-หอการค้าน่านเร่งระบายผลผลิต

น่าน – เกษตรกรบ้านละเบ้ายา หมู่ 10 ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน กังวลผลผลิตเงาะคุณภาพที่กำลังออกสู่ตลาดช่วงกลางถึงปลายเดือนสิงหาคมนี้ คาดทั้งฤดูกาลมีผลผลิตมากกว่า 100,000 กิโลกรัม หวั่นเกิดภาวะผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ และจำหน่ายไม่ทันเหมือนทุกปี จึงเรียกร้องหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเร่งช่วยเชื่อมโยงตลาด พร้อมหาช่องทางกระจายผลผลิตอย่างเร่งด่วน

ขณะที่ น.ส.วัชรี พรมทอง ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นายมนต์ชัย ลีไพรัช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 บ้านละเบ้ายา และแกนนำชุมชน ลงพื้นที่สำรวจสวนเงาะและประเมินปริมาณผลผลิต เพื่อเตรียมวางมาตรการรองรับก่อนผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก

นายมนต์ชัย เปิดเผยว่า บ้านละเบ้ายาเป็นชุมชนชาวไทยภูเขาเผ่าเมี่ยน อยู่ในความดูแลของโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสะเนียน ปัจจุบันกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่เงาะมีสมาชิก 170 ราย พื้นที่เพาะปลูกรวมกว่า 1,000 ไร่ นอกจากเงาะยังปลูกทุเรียนและอโวคาโด โดยปัญหาสำคัญคือผลผลิตออกพร้อมกันในทุกปี ส่งผลให้ระบายสินค้าไม่ทัน ราคาตกต่ำ และมีผลผลิตเสียหาย จึงต้องการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน หอการค้าจังหวัดน่าน และภาคเอกชน ช่วยขยายตลาดและเพิ่มช่องทางการจำหน่าย

ด้าน น.ส.วัชรี กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่าเงาะบ้านละเบ้ายาเป็นผลไม้คุณภาพดี มีจุดเด่นคือเนื้อหนา แห้ง ร่อนจากเมล็ด รสหวาน กรอบ และมีกลิ่นหอม สามารถแข่งขันในตลาดได้ หากได้รับการสนับสนุนด้านการตลาดอย่างเป็นระบบ พร้อมยืนยันว่าหอการค้าจังหวัดน่านจะเร่งระดมเครือข่ายภาคธุรกิจเข้าช่วยกระจายผลผลิต โดยนำรูปแบบความสำเร็จจากการจำหน่ายมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองมาประยุกต์ใช้

สำหรับมาตรการเร่งด่วน หอการค้าจังหวัดน่านร่วมกับศูนย์ช่วยกระจายผลผลิตสินค้าเกษตรจังหวัดน่าน เตรียมดำเนินการ 3 แนวทาง ได้แก่ การไลฟ์สดจำหน่ายผลผลิตผ่านช่องทางออนไลน์ของหอการค้าจังหวัดน่าน การเปิดรับคำสั่งซื้อล่วงหน้า (Pre-order) ผ่านเครือข่ายสภาหอการค้าไทย เพื่อเชื่อมโยงผู้บริโภคทั่วประเทศ และการประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน นำผลผลิตเข้าจำหน่ายในงานแสดงสินค้าและออกบูธที่กระทรวงพาณิชย์ กรุงเทพมหานคร จนกว่าจะสิ้นสุดฤดูกาลผลิต

ทั้งนี้ หอการค้าจังหวัดน่านและชุมชนบ้านละเบ้ายา ขอเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมอุดหนุน “เงาะบ้านละเบ้ายา” ผลไม้คุณภาพจากดอยสูงจังหวัดน่าน ซึ่งปลูกในสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม ส่งผลให้ผลมีขนาดสวย เนื้อหนา แห้ง ร่อนจากเมล็ด รสหวานกรอบ และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ โดยทุกการอุดหนุนจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ให้เกษตรกร และช่วยบรรเทาปัญหาผลผลิตล้นตลาดในฤดูกาลนี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น