เชียงใหม่ขยายผลวิจัย “หุ้นส่วนทางสังคมท้องถิ่น” เสริมพลังชุมชนร่วมจัดการไฟป่า–ฝุ่น PM2.5

เชียงใหม่ขยายผลวิจัย “หุ้นส่วนทางสังคมท้องถิ่น” เสริมพลังชุมชนร่วมจัดการไฟป่า–ฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน
.
วันที่ 6 ส.ค. 2569 ที่ห้องประชุมโรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดเวทีเผยแพร่ขยายผลการวิจัยการพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมของหุ้นส่วนทางสังคมท้องถิ่นเพื่อการบริหารจัดการฝุ่น PM2.5 จากหมอกควันไฟป่าในพื้นที่นำร่องของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษา แลกเปลี่ยนบทเรียน และต่อยอดกลไกความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในระดับพื้นที่
.
โครงการดังกล่าวดำเนินการโดยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.เกศสุดา สิทธิสินติกุล เป็นหัวหน้าโครงการ ดำเนินงานตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 ถึงเดือนกรกฎาคม 2569 โดยประยุกต์ใช้แนวคิด “งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น” (Community-Based Research: CBR) ให้ชุมชน ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา วางแผน ทดลองปฏิบัติ ไปจนถึงการสรุปบทเรียนร่วมกัน
.
การวิจัยครอบคลุมพื้นที่นำร่อง 11 หมู่บ้าน ใน 10 ตำบล 10 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีป่าชุมชนหรืออยู่ในเขตป่าอนุรักษ์และประสบปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งวิเคราะห์ศักยภาพและบทบาทของหุ้นส่วนทางสังคม พัฒนากลไกการมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหา และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขยายผลสู่พื้นที่อื่น
ผลการศึกษาพบว่า การบริหารจัดการปัญหาในระดับพื้นที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเชื่อมโยง 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ กลไกปฏิบัติการหลักที่มีคณะกรรมการป่าชุมชนและคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นแกนกลาง กลไกหุ้นส่วนทางสังคมแนวราบที่เชื่อมชุมชน หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยสนับสนุน และกลไกหุ้นส่วนทางสังคมแนวดิ่งที่เชื่อมการทำงานตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำบล ไปจนถึงหมู่บ้าน เพื่อให้การกำหนดนโยบาย การสนับสนุนทรัพยากร และการปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
.
นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานยังช่วยเพิ่มความพร้อมของชุมชนในการรับมือไฟป่า เสริมเครือข่ายความร่วมมือ และลดความเสี่ยงการเกิดไฟ ผ่านการจัดการเชื้อเพลิง การเฝ้าระวัง และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ตลอดจนเกิดการพัฒนากองทุนทรัพยากรและสวัสดิการใน 4 ชุมชน การจัดการเชื้อเพลิงและพื้นที่เสี่ยงไฟใน 2 ชุมชน การสร้างคนและเครือข่ายใน 3 ชุมชน และการถ่ายทอดความรู้ผ่านศูนย์เรียนรู้ใน 2 ชุมชน
.
สำหรับแนวทางขยายผลในระยะต่อไป มุ่งเน้น 3 ด้าน ได้แก่ การจัดการความเสี่ยงการเกิดไฟ ด้วยการบริหารเชื้อเพลิงและใช้เทคโนโลยีเฝ้าระวัง การจัดการกองทุนทรัพยากรและสวัสดิการ เพื่อสร้างหลักประกันแก่ผู้ปฏิบัติงานและชุมชน และ การสร้างคนและเครือข่าย เพื่อพัฒนาความรู้ ความตระหนัก และกลไกการทำงานที่เข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองและขยายผลได้ในระยะยาว โดยมีเป้าหมายนำต้นแบบจากจังหวัดเชียงใหม่ไปประยุกต์ใช้ในจังหวัดใกล้เคียง เพื่อร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ของภาคเหนืออย่างเป็นระบบและยั่งยืนต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น