ปวีณาพาสามีหญิงเสียชีวิตหลังคลอดร้องทุกข์ ครอบครัวขอเร่งรัดเยียวยา

วันที่ 6 สิงหาคม ที่สำนักงานเขตสุขภาพที่ 1 จ.เชียงใหม่ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พานายหนึ่ง (นามสมมุติ) สามีของหญิงอายุ 35 ปี ที่ก่อนหน้านี้ได้เข้าร้องเรียนกับมูลนิธิเนื่องจากติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของภรรยา หลังจากแพทย์ผ่าตัดทำคลอดที่โรงพยาบาลในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าร่วมประชุมกับนายแพทย์ทศพล ดิษฐ์ศิริ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน , นายแพทย์ชีวา มั่งมี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต

ในที่ประชุม แพทย์หญิงสุพรรษา ศรีชุ่มจิตร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ชี้แจงถึงกระบวนการทำคลอดและผลการรักษาอย่างละเอียด โดยระบุว่าเมือวันที่ 9 กรกฏาคม ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลปายด้วยอาการเจ็บครรภ์และมีเลือดออกทางช่องคลอด โดยแพทย์พบว่ามีประวัติภาวะรกเกาะต่ำ จึงส่งตัวไปที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์

วันที่ 10 กรกฏาคม สูติแพทย์ตรวจร่างกายไม่พบภาวะรกเกาะต่ำ จึงวางแผนการรักษาให้คลอดทางช่องคลอดได้ พร้อมติดตามอาการของมารดาละทารกอย่างใกล้ชิด ต่อมาพบว่าการคลอดไม่ก้าวหน้า ศรีษะทารกไม่สามารถเคลื่อนผ่านช่องเชิงกรานได้ จึงประเมินว่าควรผ่าตัดคลอดเพื่อความปลอดภัยของมารดาและทารก โดยคลอดทารกเพศชาย แข็งแรงปลอดภัยและได้รับการดูแลจากทีมกุมารแพทย์ทันทีหลังคลอด

อย่างไรก็ตามในกระบวนการผ่าตัดคลอด คณะแพทย์ได้พยายามนำศีรษะทารกออกจากโพรงมดลูก เกิดการฉีดขาดของมดลูกเพิ่มเติมจากแนวแผลผ่าตัดด้านซ้าย ทำให้มีเลือดออกจำนวนมาก ประมาณการสูญเสียเลือดจากการผ่าตัด 2,000 มิลลิลิตร ทีมแพทย์ได้ให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งให้สารน้ำ เลือด ยาห้ามเลือดและยากระตุ้นโลหิต ระหว่างการห้ามเลือดพบมีอาการบาดเจ็บ บริเวณผิวด้านนอกของกระเพาะปัสสาวะเพิ่มด้วย จึงประสานศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะเข้าร่วมผ่าตัดทันที

ต่อมาผู้ป่วยมีภาวะช็อคต่อเนื่องจนกระทบต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายและคาดว่ายังมีเลือดดออกในช่องท้อง เกินศักยภาพของทางโรงพยาบ ในวันที่ 11 กรกฏาคม ทางโรงพยาบาลจึงส่งต่อไปที่โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ และ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ตามลำดับ โดยทีมแพทย์ได้มีการผ่าตัดห้ามเลือดในช่องท้องเพื่อควบคุมการเสียเลือดและได้ทำการฟอกเลือดจากภาวะไตวายฉับพลัน แต่สุดท้ายอาการไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยเสียชีวิตลง 19 กรกฏาคม

ด้านนายแพทย์ธนวัฒน์ คงธรรม รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ทีมแพทย์พยายามทำคลอดและช่วยเหลือทั้งมารดาและทารกอย่างเต็มที่ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช้สิ่งที่ผิดพลาด แต่เป็นสิ่งที่เกินความคาดฝันของแพทย์ที่พยายามทำกันอย่างเต็มที่ อยากให้การประชุมในครั้งนี้ให้ความยุติธรรมกับทีมแพทย์ด้วย หลังจากนี้อยากให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดูแลเด็กและทุกคนในครอบครัว ทั้งการศึกษาและสวัสดิภาพชีวิตอย่างเหมาะสม

หลังจากมีการชี้แจง พ่อของสามีผู้เสียชีวิตบอกว่ารู้สึกสบายใจขึ้นที่ได้รับความเป็นธรรมและขอบคุณทีมแพทย์ที่ให้การรักษาอย่างเต็มที่ หวังว่าหลังจากนี้ทางครอบครัวจะได้รับการช่วยเหลือเพื่อแบ่งเบาภาระในการเลี้ยงดูเด็ก และขอให้เร่งรัดช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พร้อมกับขอบคุณนายแพทย์ธนวัฒน์ คงธรรม รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ยื่นมือมาช่วยเหลือด้วยการจัดหานมสำหรับทารกแรกเกิดมาให้และรับปากว่าจะช่วยเหลือเรื่องนมจนเด็กอายุ 1 ขวบ

ขณะที่ นายแพทย์ทศพล ดิษฐ์ศิริ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน รับปากจะเร่งรัดในเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตตามมาตรา 41 ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 เป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจ่ายให้แก่ทายาทของผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากความเสียหายในการรักษาพยาบาล โดยไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด วงเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรอยู่ที่ 240,000 ถึง 400,000 บาท โดยนำเรื่องเข้าที่ประชุม สปสช.เพื่อให้สามารถจ่ายเงินได้ภายในสองสัปดาห์นี้

ส่วนการช่วยเหลืออื่น ๆ ทางครอบครัวจะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 600 บาทไปจนถึง6 ขวบ รวมทั้งเงินช่วยเหลือจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อีกปีละ 3,000 บาท

ร่วมแสดงความคิดเห็น