ตาก – ไม่รอด! ตำรวจ สภ.พบพระ ผนึกกำลังฝ่ายปกครองและผู้นำหมู่บ้าน เปิดปฏิบัติการไล่ล่าขบวนการลักทรัพย์ ก่อนรวบผู้ต้องหาชาวเมียนมา 5 ราย
ปฏิบัติการไล่ล่าขบวนการลักทรัพย์ในพื้นที่ อ.พบพระ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พบพระ ผนึกกำลังฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชน เดินหน้าติดตามจับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา 5 ราย หลังพบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับคดีลักทรัพย์ในเคหสถาน สามารถยึดของกลางเป็นทองคำรูปพรรณน้ำหนักรวมประมาณ 60 บาท เงินสดประมาณ 60,000 บาท และรถจักรยานยนต์ 2 คัน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพบพระ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.อนุสรณ์ ดังก้อง ผกก.สภ.พบพระ และ พ.ต.ท.นพคุณ อนันตวงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.พบพระ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามบุคคลต้องสงสัยและเร่งคลี่คลายคดีลักทรัพย์ในพื้นที่รับผิดชอบ
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการประสานกำลังระหว่างตำรวจชุดสืบสวน สภ.พบพระ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอพบพระ ตลอดจนผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เพื่อรวบรวมข้อมูลและติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง ก่อนนำไปสู่การจับกุมในที่สุด
ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ต.ปิลัน เลิศเกษม สว.สส.สภ.พบพระ พร้อมด้วย ร.ต.อ.สมชาย บุญทาทอง รอง สว.(ป.) ร.ต.ต.กิตติวัชระ ชนะจน รอง สว.(ป.) และ ร.ต.พิเชษฐ์ อินหน้อย รอง สว.(ป.) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พบพระ
นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากฝ่ายปกครองอำเภอพบพระ นำโดย นายกวิน แว่นแก้ว ปลัดอำเภอหัวหน้าบริหารงานฝ่ายปกครองฯ พร้อมด้วย นายทองแดง จันทเสน ผู้ใหญ่บ้านทหารผ่านศึก หมู่ 4 ต.รวมไทยพัฒนา นายนันทวัฒ เณรแขก ผู้ใหญ่บ้านใหม่ กม.5 หมู่ 12 ต.ช่องแคบ นายนพดล มิ่งยืน ผู้ใหญ่บ้านทหารผ่านศึก หมู่ 4 ต.รวมไทยพัฒนา นายสุรศักดิ์ ดอนเลย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทหารผ่านศึก หมู่ 4 ต.รวมไทยพัฒนา นายชานนท์ คำชัง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านใหม่ กม.5 หมู่ 12 ต.ช่องแคบ และนายสมบูรณ์ เณรแขก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านใหม่ กม.5 หมู่ 12 ต.ช่องแคบ
จากการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 5 ราย เป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา ประกอบด้วย
- นายเทลุยอู ไม่มีชื่อสกุล สัญชาติเมียนมา อายุ 43 ปี
- นายแยเล ไม่มีชื่อสกุล สัญชาติเมียนมา อายุ 21 ปี
- นางเพรียวอิส่า ไม่มีชื่อสกุล สัญชาติเมียนมา อายุ 34 ปี
- นางเอ่ม่า ไม่มีชื่อสกุล สัญชาติเมียนมา อายุ 44 ปี
- นางแตนุ ไม่มีชื่อสกุล สัญชาติเมียนมา อายุ 29 ปี
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับทั้งหมดว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยผ่านสิ่งกีดกั้นคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ เช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม เอาไปซึ่งเอกสารของผู้อื่นหรือรับของโจร และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ของกลางที่ตรวจยึดได้ จากการปฏิบัติการครั้งนี้ ประกอบด้วย
ทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวมประมาณ 60 บาท ธนบัตรเงินสด ประมาณ 60,000 บาท รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน ของกลางดังกล่าวถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่เจ้าหน้าที่นำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ เพื่อประกอบสำนวนคดีและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเหตุลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่
สำหรับสถานที่จับกุม เจ้าหน้าที่ดำเนินการในพื้นที่ หมู่ 2 ตำบลพบพระ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ต่อเนื่องหมู่ 12 ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.พบพระ เพื่อดำเนินการสอบสวน แจ้งสิทธิ และดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดของทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ โดยเฉพาะทองคำรูปพรรณและเงินสด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานว่าทรัพย์สินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเหตุลักทรัพย์ใด รวมถึงตรวจสอบเส้นทางและความเชื่อมโยงของผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ว่ามีบุคคลอื่นร่วมกระทำความผิดหรือมีเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ใกล้เคียงที่เกี่ยวข้องกันอีกหรือไม่
การจับกุมครั้งนี้สะท้อนการทำงานร่วมกันของหลายฝ่ายในพื้นที่ ทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งร่วมกันติดตามข้อมูลและความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จนนำไปสู่การจับกุมและตรวจยึดทรัพย์สินจำนวนมากได้ในที่สุด
โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอพบพระ ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนและมีชุมชนกระจายอยู่หลายพื้นที่ การประสานข้อมูลระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้นำหมู่บ้านถือเป็นส่วนสำคัญในการเฝ้าระวังเหตุอาชญากรรม การลักทรัพย์ และบุคคลต้องสงสัยที่เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่
เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองจึงยังคงเดินหน้าตรวจสอบและขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และหากพบว่ามีผู้ร่วมขบวนการหรือบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งหมด ยังถือเป็นผู้ถูกกล่าวหา และมีสิทธิได้รับการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด.




ร่วมแสดงความคิดเห็น