สทนช. เดินหน้าจัดประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 3 ภายใต้โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำปิง ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566–2580)
วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569 นายไวฑิต โอชวิช รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 3 เวทีลุ่มน้ำปิงตอนบน โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำปิงปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 – 2580) โดยมีนางสาวดาวประกาย เรือนเงิน ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำปิง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวรายงาน พร้อมด้วยวิทยากร ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เข้าร่วม
ณ ห้องสุพรรณิการ์ โรงแรมคุ้มภูคำ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยโปรแกรมซูม (Zoom Meeting)
สทนช. เดินหน้าจัดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 3 ภายใต้โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำปิง ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566–2580) จำนวน 2 เวที ครอบคลุมพื้นที่
ลุ่มน้ำปิงตอนบนและตอนล่าง เพื่อร่วมประเมินทางเลือกที่เหมาะสม และกำหนดมาตรการเพื่อความยั่งยืน
ภายใต้กรอบ SEA มุ่งยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีความสมดุลและยั่งยืน
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ดำเนินการจัดประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 3 จำนวน 2 เวที แบ่งเป็น
กลุ่มลุ่มน้ำสาขาในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนบนและลุ่มน้ำปิงตอนล่าง เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มี
ส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ร่วมกันพิจารณาและประเมินทางเลือกในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตลอดจนร่วม
กำหนดมาตรการเพื่อความยั่งยืน เพื่อให้แนวทางการพัฒนาที่จะบรรจุไว้ในแผนแม่บทสามารถตอบสนองต่อ
สภาพปัญหา ศักยภาพ และความต้องการของแต่ละพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญของกระบวนการจัดทำแผนแม่บท ภายใต้กรอบ
การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) โดยนำผลจาก
การศึกษาด้านต่าง ๆ รวมถึงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากกระบวนการมีส่วนร่วมที่ผ่านมามาประกอบการพัฒนาทางเลือกและประเมินความเหมาะสมอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ เพื่อให้ทางเลือกที่ได้รับการคัดเลือกมีความเหมาะสม ได้รับการยอมรับ และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงลุ่มน้ำปิงเป็นลุ่มน้ำที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงด้านน้ำของภาคเหนือ และมีความเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตอนล่างของประเทศ ทั้งด้านน้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการผลิต การป้องกันและบรรเทาอุทกภัย การดูแลคุณภาพน้ำ การอนุรักษ์ระบบนิเวศ และการสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจของพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ลุ่มน้ำปิงยังคงเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งการขาดแคลนน้ำในบางพื้นที่ ปัญหาน้ำท่วมใน
พื้นที่เสี่ยงซ้ำซาก คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม รวมถึงข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการในระดับพื้นที่ จึงจำเป็นต้องมี
แผนที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลทางวิชาการกับข้อคิดเห็นและความต้องการจากพื้นที่ได้อย่างเป็นระบบ
การประชุมกลุ่มย่อยทั้ง 2 เวที จะครอบคลุมสาระสำคัญของแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
5 ด้าน ได้แก่ การจัดการน้ำอุปโภคบริโภค การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต การจัดการน้ำท่วมและ
อุทกภัย การอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทรัพยากรน้ำ และการบริหารจัดการ โดยคณะที่ปรึกษาจะนำเสนอ
ผลการพัฒนาทางเลือกและเกณฑ์การประเมินจากกระบวนการศึกษาที่ผ่านมา ก่อนเปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ร่วมพิจารณาข้อดี ข้อจำกัด และความเหมาะสมของแต่ละทางเลือก พร้อมทั้งร่วมกำหนดมาตรการเพื่อ
ความยั่งยืน มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งมาตรการป้องกัน ลด และบรรเทาผลกระทบ ตลอดจนมาตรการ
ส่งเสริมผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน เพื่อให้แนวทางที่ได้รับการคัดเลือกไม่เพียงตอบโจทย์
ด้านการบริหารจัดการน้ำ แต่ยังคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชน เศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมใน
ระยะยาว
ผู้แทนจาก ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ ระบุว่า
การประชุมครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงทางเลือกการพัฒนาจากระดับลุ่มน้ำสาขาเข้าสู่ภาพรวมระดับ
ลุ่มน้ำ เพื่อให้เป้าหมาย ตัวชี้วัด และมาตรการของแผนสามารถนำไปใช้ติดตามผลการดำเนินงานได้จริง และ
สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านความมั่นคงของน้ำ การลด
ความเสี่ยงจากอุทกภัยและภัยแล้ง การยกระดับคุณภาพน้ำ และการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศ
นอกจากนี้ การประชุมยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรผู้ใช้น้ำ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาควิชาการ โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาค
ส่วนร่วมสะท้อนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงกังวลต่อทางเลือกและมาตรการที่นำเสนอ เพื่อให้แผน
แม่บทมีความรอบคอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับสภาพพื้นที่มากที่สุด ผลจากการประชุมกลุ่มย่อยทั้ง 2 เวที
จะถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงและคัดเลือกทางเลือกที่เหมาะสม รวมถึงกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด และมาตรการ
สำคัญของแต่ละพื้นที่ ก่อนนำไปสังเคราะห์ในภาพรวมระดับลุ่มน้ำ และพัฒนาไปสู่การจัดทำแผนงานและ
แผนปฏิบัติการที่มีความเหมาะสม สามารถจัดลำดับความสำคัญของโครงการและการลงทุน และขับเคลื่อน
ไปสู่การปฏิบัติได้จริงในระยะต่อไป
ตลอดกระบวนการศึกษา โครงการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดการประชุม
กลุ่มย่อยรวม 40 เวที ครอบคลุมตั้งแต่ระดับลุ่มน้ำสาขาจนถึงระดับกลุ่มลุ่มน้ำสาขา เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึก
ความคิดเห็น ความต้องการ และข้อห่วงกังวลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ และนำมาใช้ประกอบการจัดทำ
แผนแม่บทให้เชื่อมโยงถึงระดับพื้นที่อย่างแท้จริง เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ แผนแม่บทการบริหารจัดการ
ทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำปิง เป็นกรอบร่วมสำหรับทุกหน่วยงานในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำไปใน
ทิศทางเดียวกัน มีทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ที่ผ่านการประเมินภายใต้กรอบ SEA มีมาตรการและพื้นที่เป้าหมาย
ที่ชัดเจน และสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมและภัยแล้ง ควบคู่กับการดูแลคุณภาพน้ำและระบบนิเวศ
รวมถึงสนับสนุนการจัดลำดับความสำคัญของโครงการและการลงทุนให้เกิดประสิทธิภาพและความคุ้มค่าใน
ระยะยาว
ท้ายที่สุด การจัดทำแผนแม่บทครั้งนี้มุ่งเตรียมความพร้อมให้ลุ่มน้ำปิงสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลง
และความไม่แน่นอนในอนาคต ผ่านฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้ กระบวนการตัดสินใจที่รอบคอบและโปร่งใส และ
ความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งสู่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของลุ่มน้ำปิงที่มั่นคง ยืดหยุ่น และยั่งยืน
“สทนช. เชื่อมั่นว่าแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ลุ่มน้ำปิง ฉบับปรับปรุงนี้ จะเป็นแผนที่นำทาง (Roadmap) สำคัญที่จะช่วยให้ลุ่มน้ำปิงมีความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน สามารถรองรับการขยายตัว ทางเศรษฐกิจ และพร้อมรับมือกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”




ร่วมแสดงความคิดเห็น