ไม่ทำร้ายร่างกายคนในบ้าน ด้วยควันบุหรี่

”แล้วคุณมาทำร้ายฉันทำไม “เป็นประโยคที่โดนใจคนดูทั่วประเทศ ในสปอตรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ที่เผยแพร่โดยสสส.เมื่อปี 2549
ปีนั้นกระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศขยายพื้นที่ที่คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ รวมสวนสาธารณะทั่วประเทศ

ก่อนหน้านั้น เรามีการใช้คำว่า “ควันบุหรี่เป็นอันตรายต่อคนใกล้ชิด” จากการที่ได้รับสารเคมี สารก่อสะเร็งในคนที่ไม่สูบบุหรี่ จากควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบ หรือควันที่ลอยออกจากปลายมวนบุหรี่ระหว่างการสูบ
ตกผลึกเป็นคำพูดในสปอตรณรงค์ “แล้วคุณมาทำร้ายฉันทำไม”

ยี่สิบปีผ่านไป คนสูบบุหรี่ส่วนใหญ่ ไม่สูบบุหรี่ในที่สาธารณะที่กฏหมายห้ามสูบ จะด้วยไม่อยากฝ่าฝืนกฏหมาย เกรงใจ หรือไม่อยากทำร้ายคนอื่น
แต่มีคนสูบบุหรี่จำนวนมาก ยังสูบบุหรี่ในบ้าน ซึ่งจริงๆแล้ว เป็นการ”ทำร้าย“คนในบ้านตัวเอง ที่เป็นคนที่ตัวเองรัก
 ซึ่งย้อนแย้งกับสปอตรณรงค์ ที่ขนาดคนไม่รู้จักกัน เราก็ไม่ควรทำร้ายเขาด้วยควันบุหรี่ 
คงเพราะเคยชินกับคำว่า“ทำร้าย” ด้วยพละกำลัง คนที่สูบบุหรี่ในบ้าน จึงไม่ได้เข้าใจว่า เขากำลัง“ทำร้าย”ร่างกายคนที่อยู่ในบ้านเดียวกัน
ด้วยสารเคมี สารก่อมะเร็ง สารนิโคติน ที่เคยถูกนำมาใช้เป็นยาฆ่าแมลงในอดีต และทุกๆปี 
ทั่วโลกมีคนตายจากควันบุหรี่มือสองปีละ 1.3 ล้านคน คนไทยก็เสียชีวิตปีละ 2 หมื่นคน ส่วนใหญ่จากการได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้านตัวเอง
ต่อคำถามที่ว่า การสูบบุหรี่ในบ้านที่มีคนอื่นอยู่ด้วย จัดเป็น“ความรุนแรงในครอบครัว”ได้หรือไม่ 
ถ้าหากเอาผลต่อสุขภาพที่คนใกล้ชิดในบ้านได้รับ น่าจะจัดว่าเป็น“ความรุนแรงในครอบครัว” ที่คนไม่สูบบุหรี่ ถูก“ทำร้ายร่างกาย”ด้วยสารเคมีพิษในควันบุหรี่
ที่อาจแสดงออกทันทีด้วยอาการหืดจับ อาการภูมิแพ้ และแม้แต่การเกิดหัวใจวายเฉียบพลัน และในระยะยาว ทำให้เป็นมะเร็งปอด เส้นเลือดหัวใจ-สมองตีบ ฯลฯ
 การสูบบุหรี่ที่ทำให้คนในบ้านได้รับอันตรายจากควันบุหรี่มือสอง  จึงอาจจัดเป็นความรุนแรงในครอบครัวรูปแบบหนึ่ง  
 ที่ทำร้ายร่างกายคนในบ้าน ด้วยสารเคมีพิษในควันบุหรี่

ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 14 สิงหาคม 2569
อ้างอิง
https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1247005
https://youtu.be/_qSQDHQEkbc?si=1cRHV3gk3Cum1I5E

ร่วมแสดงความคิดเห็น