อ่านข่าวการเสียชีวิตของคุณเรย์จากเส้นเลือดหัวใจตีบ 3 เส้นทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
สิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้คือ ภาวะหัวใจขาดเลือดแบบเฉียบพลันในผู้ชายอายุต่ำกว่า 50 ปี ปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 คือ การสูบบุหรี่
ไม่เฉพาะบุหรี่ธรรมดาเท่านั้น สูบบุหรี่ไฟฟ้า การใช้นิโคตินถุง
หรือคนที่ไม่ได้สูบแต่ได้รับควันมือสองจากคนสูบทั้งกรณีบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้า ก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดเช่นกัน เพราะเป็นผลมาจากสารนิโคตินในผลิตภัณฑ์เหล่านี้
คนไทยส่วนใหญ่พอพูดถึงบุหรี่ มักจะคิดถึงแต่โรคปอด มะเร็งปอด แต่รู้ไหมว่าสัดส่วนของคนไทยที่ป่วยต้องนอนโรงพยาบาล (ข้อมูลปี 2550-2557) ด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดจากการสูบบุหรี่มีสูงกว่า โรคระบบทางเดินหายใจและโรคมะเร็ง (สัดส่วนโรคหัวใจ: ปอด: มะเร็ง = 47%: 42%: 11%) และมีสัดส่วนของค่ารักษาพยาบาลสูงที่สุด
เมื่อเร็ว ๆ นี้สมาคมโรคหัวใจแห่งยุโรป ตีพิมพ์บทความ “Nicotine and the cardiovascular system: unmasking a global public health threat” ในวารสาร European heart journal เมื่อ 14 เมษายน 2569 นำเสนอข้อความสำคัญ 12 ข้อสรุปถึงอันตรายของนิโคตินต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ดังนี้
- โรคหัวใจและหลอดเลือดที่เกี่ยวข้องกับนิโคตินเป็นภาระทางสุขภาพที่สำคัญระดับโลก: ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับนิโคติน รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าและนิโคตินถุง ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายล้านคนต่อปี ส่วนใหญ่เกิดจากโรคหัวใจและหลอดเลือด และจะคุกคามสุขภาพของประชาชนหากไม่มีการควบคุม
- นิโคตินเป็นสารพิษที่ส่งผลร้ายแรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ไม่ว่าจะได้รับเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีใดก็ตาม: นิโคตินกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก เพิ่มความดันโลหิต ทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์บุผนังหลอดเลือด และเร่งกระบวนการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง แม้จะเป็นรูปแบบที่ไม่ผ่านการเผาไหม้ก็ตาม
- ไม่มีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนิโคตินชนิดใดที่ปลอดภัยต่อหัวใจหรือหลอดเลือด: การใช้สารนิโคตินทุกรูปแบบ เช่น บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า บารากุ หรือนิโคตินถุง ล้วนส่งผลเสียต่อการทำงานของหลอดเลือดและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
- บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน แต่ก็ยังห่างไกลจากการไม่มีอันตรายเลย: บุหรี่ไฟฟ้าอาจช่วยลดอันตรายจากการเผาไหม้ แต่ยังคงก่อให้เกิดความเสียหายต่อหลอดเลือด กระตุ้นให้เกิดการเสพติด ส่งเสริมการใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่น และยังไม่มีข้อมูลยืนยันความปลอดภัยในระยะยาว
- การได้รับนิโคตินมือสอง: ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดที่มองไม่เห็น: การได้รับนิโคตินโดยไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นจากบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ก่อให้เกิดอันตรายต่อหลอดเลือดในทันทีและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ที่ไม่ใช้ โดยเฉพาะเด็กและกลุ่มเสี่ยง จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายปลอดบุหรี่ที่ครอบคลุม
- สัญญาณอันตรายต่อระบบหลอดเลือด: นิโคติน ไม่ว่าจะโดยการสูบ การสูดดมไอระเหย การให้ความร้อน หรือการเคี้ยว ล้วนทำให้เกิดความผิดปกติของเยื่อบุหลอดเลือดและการทำงานบกพร่อง
- นิโคตินทำลายหัวใจและบั่นทอนงบประมาณสาธารณะ: การใช้สารนิโคตินไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อหลอดเลือดอย่างต่อเนื่องและการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเท่านั้น แต่ยังสร้างภาระทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลต่อระบบการดูแลสุขภาพและผลิตภาพของประเทศ
- นิโคตินดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้าสู่วงจรเสพติด: กลยุทธ์อุตสาหกรรมนิโคตินในการปรับภาพลักษณ์การเสพติดด้วยรูปลักษณ์และกลิ่นรสชาติ เพื่อเจาะกลุ่มวัยรุ่น
- ไม่มีนิโคตินชนิดใดที่ปลอดภัยต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด: หลักฐานที่สะสมมานานหลายทศวรรษและฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกยืนยันว่าผลิตภัณฑ์นิโคตินทุกชนิด ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบหรือปริมาณใดก็ตาม ล้วนก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
- เปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์หัวใจและหลอดเลือดให้เป็นนโยบายควบคุมนิโคตินที่มีผลบังคับใช้จริง
- สนับสนุนการกำหนดพื้นที่สาธารณะปลอดบุหรี่โดยสมบูรณ์เพื่อป้องกันอันตรายจากการได้รับควันบุหรี่มือสองทั้งบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า
- การเรียกร้องให้แพทย์โรคหัวใจและผู้กำหนดนโยบายลงมือปฏิบัติ: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจต้องบูรณาการการป้องกันนิโคตินเข้ากับการดูแลรักษาตามปกติ และผู้กำหนดนโยบายต้องออกกฎระเบียบที่ชัดเจนและเป็นเอกภาพเพื่อปกป้องคนรุ่นปัจจุบันและอนาคตจากอันตรายของนิโคตินต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
สรุปการสูบบุหรี่ไม่ว่าแบบใดธรรมดาหรือไฟฟ้า นิโคตินถุง รวมทั้งการได้รับควันมือสองทั้งจากบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าล้วนส่งผลให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดทั้งสิ้น เพราะเป็นผลมาจากสารนิโคตินในผลิตภัณฑ์เหล่านี้*
รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
25 สิงหาคม 2569
อ้างอิง
Thomas Münzel, Filippo Crea, Sanjay Rajagopalan, Thomas Lüscher, Nicotine and the cardiovascular system: unmasking a global public health threat, European Heart Journal, Volume 47, Issue 15, 14 April 2026, Pages 1764–1781, https://doi.org/10.1093/eurheartj/ehaf1010
Patanavanich R, Aekplakorn W, Suriyawongpaisal P. Trend analysis of smoking-attributable hospitalizations in Thailand, 2007-2014. Tob Induc Dis. 2018;16:52. doi:10.18332/tid/98913

ร่วมแสดงความคิดเห็น