วัยรุ่นสร้างตัวขโมยกระบะคอกของปู่ ไปรับขนอะโวคาโด ก่อนเอาของไปทิ้งกลางทาง อ้างไม่มีทุนเติมน้ำมัน ก่อนหนีไป อ.ฝาง เพราะกลัวถูกด่า

วัยรุ่นสร้างตัวชาวสันทราย ขโมยกระบะคอกของปู่ ไปรับขนอะโวคาโด 4.5 ตัน ส่งขอนแก่น แต่เอาของไปทิ้งกลางทางแถวๆ อ.ฮอด อ้างไม่มีทุนเติมน้ำมันก่อน เสียหายยับครึ่งแสน ล่าสุดหนีไป อ.ฝาง เพราะกลัวถูกด่า!เจ้าของแจ้งความแล้ว พบวัยรุ่นมีฉี่ม่วงด้วย

วันที่ 28 ส.ค.69 วัยรุ่นวัย 16 สร้างเรื่องแอบเอารถกระบะคอกของปู่ไปรับงานขนผลไม้ 4.5 ตัน ทิ้งงานหนีซุกบ้านชาวบ้าน ตรวจเจอสารเสพติด-ไร้ใบขับขี่ ทำคู่ค้าสูญเงินหลายหมื่น

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งแม่ค้าผลไม้รายใหญ่เชียงใหม่ ได้โพสต์เรื่องราวบทเรียนราคาแพงของ “เด็กวัยรุ่นสร้างตัว” วัยเพียง 16 ปี ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่แอบนำรถกระบะเสริมคอกของคุณปู่มารับจ้างขนส่งผลไม้ประกอบด้วยอะโวคาโด้และอื่นๆ น้ำหนักรวมกว่า 4 ตัน โดยตกลงค่าจ้างกันที่ 8,000 บาท เพื่อนำสินค้าไปส่งยังปลายทางจังหวัดขอนแก่น แต่สุดท้ายเรื่องราวกลับจบลงด้วยความเสียหายหนักเมื่อถูกอ้างว่ารถเกิดเสียกลางทาง และเด็กวัยรุ่นคนดังกล่าวตัดสินใจทิ้งงาน ทิ้งรถ และทิ้งของหนี ติดต่อไม่ได้ไปอย่างไร้ความรับผิดชอบ

เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มขึ้นหลังจากมีการนัดรถรับส่งของในโซเชียล รับสินค้าในพื้นที่อำเภอหางดงและอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ โดยผู้รับจ้างได้ขับรถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีขาว มารับผลไม้ อะโวคาโด และอื่นๆ กว่า 4.5 ตัน มูลค่าสินค้ารวมหลายหมื่นบาท ออกเดินทางในช่วงเช้ามืด ทว่าในเวลาต่อมา ผู้รับจ้างได้ติดต่อขอเบิกเงินค่าน้ำมันสำรองไป 1,000 บาท ก่อนจะขาดการติดต่อนัดหมายไปในที่สุด เมื่อรถเกิดขัดข้องประกอบกับความกลัวว่าจะถูกผู้ใหญ่ต่อว่า เด็กวัยรุ่นจึงตัดสินใจเทผลไม้ทั้งหมดทิ้งลงข้างทางจนได้รับความเสียหายหนัก แล้วแอบหนีไปขอข้าวขอน้ำกินและซ่อนตัวอยู่ที่บ้านของชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง

ทางด้านเจ้าของสินค้าเมื่อไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบ่อหลวง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ช่วยติดตามตัว จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามพบตัวเด็กวัยรุ่นคนดังกล่าวได้ในที่สุด จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ และเมื่อทำการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด พบผลเป็นบวกมีสารเสพติดในร่างกาย จึงได้ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ความเสียหายในครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อคู่ค้าผลไม้ เนื่องจากสินค้าทั้งหมดเกิดความเสียหายจนไม่สามารถนำไปขายต่อได้ ทำเอาเจ้าของทุนถึงกับแทบทรุดเพราะต้องสูญเสียเงินต้นและกำไรไปหลายหมื่นบาท อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดระบุว่า ทางผู้ปกครองของเด็กวัยรุ่นอายุ 16 ปี รายนี้ ได้ติดต่อกลับมายังผู้เสียหายแล้ว โดยยอมรับผิดชอบต่อการกระทำของลูกหลาน และขอเจรจาผ่อนจ่ายชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น

ร่วมแสดงความคิดเห็น