วันที่ 2 ก.ย. 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไปที่ผ่านมา ณ ห้องบันทึกเสียง “การเวก” สตูดิโอ “บ้านป่าสักขาวงอำสันกำแพง” ที่ 116 หมู่ 13 ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ (ร้านข้าวมันไก่) “แม่ศรีพรรณ” ได้มีศิลปินชื่อดังๆของล้านนา นำโดยแกนนำศิลปินล้านนา ”คนสายบุญ” “กฤษณ์ การเวก” ร่วมกับศิลปินล้านนา “หนุ่ย สุริยา”และ ศิลปินในกลุ่มศิลปินคนสายบุญท่านอื่นๆอาทิเข่น “หมวก สุรขัย”เจ้าของผลงานเพลง”บ่าวสันกำแพง”แจ๊ค แมวเวา“ บิน เพียงดาว“แสงเดือน บ้านทา“พี่หน่อย โกเด้ง“ได้ร่วมกันเล่นคนตรีล้านนา“ตำนานโฟล์กซองคำเมือง” ในการนี้เพื่อได้รำลึกถึง “จรัล มโนเพชร” ศิลปินล้านนาชื่อดังในอดีตเจ้าของ“ตำนานโฟล์กซองคำเมือง” ที่ได้จากไปได้รวม 25 ปี “จรัล” ได้เสียชีวิตไปจากภาวะหัวใจล้มเหลวฉับพลัน เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2544 จังหวัดลำพูน สิริอายุรวมอายุ 50 ปี ทางศิลปินล้านนาดังกล่าว จึงเล่นดนตรีแบบล้านนามูฑิตาจิตเพื่อรำลึกถึง”จรัล มโนเพชร” ดังกว่า และได้มีไลฟ์สดทั้งทาง เฟสบุ๊ค”กฤษณ์ การเวก” และ” ติ๊กตอก “กฤษณ์ เชียงใหม่” 2 อีกช่องทาง มีผู้คนแห่มาชมเป็นจำนวนมาก
“ส่วนตามประวิติ จรัล มโนเพชร ศิลปินล้านนาชื่อดัง ตำนานโฟล์กซองคำเมือง”
(ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย) (ภาพเก่าในอดีต Dam Natthaphon #จรัลมโนเพ็ชร “ตำนานโฟล์กซองคำเมือง (1 มกราคม พ.ศ. 2494 – 3 กันยายน พ.ศ. 2544) ประวัติ:”จรัล มโนเพ็ชร” เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2494 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในย่านที่เรียกว่าประตูเชียงใหม่ พ่อของเขาเป็นข้าราชการอยู่ที่แขวงการทางจังหวัดเชียงใหม่ ชื่อ สิงห์แก้ว มโนเพ็ชร ส่วนแม่ชื่อ เจ้าต่อมคำ (ณ เชียงใหม่) มโนเพ็ชร สืบเชื้อสายมาจากราชตระกูล ณ. เชียงใหม่
“จรัล”เป็น นักร้อง, นักดนตรี, นักแต่งเพลง และนักแสดง เป็นบุตรชายคนที่สอง มีพี่น้องชายหญิงรวมทั้งหมด 7 คน ครอบครัวเป็นชนชั้นกลาง มีชีวิตเรียบง่ายสมถะตามแบบวิถีชีวิตชาวเหนือทั่วไป ใฝ่ใจในพุทธศาสนา ทั้งพ่อและแม่ของจรัลจะไปทำบุญและร่วมงานพิธีทางศาสนาอยู่เสมอที่วัดใกล้บ้าน คือ วัดฟ่อนสร้อย ซึ่งเป็นวัดที่ครอบครัวนี้มีศรัทธาอย่างยิ่ง ด้วยครอบครัวมโนเพ็ชรเป็นครอบครัวใหญ่ พ่อของจรัลจึงต้องหารายได้พิเศษ ความที่เป็นคนมีฝีมือในด้านงานศิลปะหัตถกรรมท้องถิ่นที่สืบทอดตกมาจากบรรพบุรุษชาวเหนือ ทั้งการเขียนรูป และการแกะสลักไม้ พ่อของจรัลจึงมีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัว จรัลเองในเวลานั้นแม้จะอยู่ในวัยเด็ก แต่บางครั้งเมื่อพ่อมีงานพิเศษล้นมือจรัลจะเป็นผู้ช่วยพ่อของเขา ทั้งงานเขียนรูปและงานแกะสลักไม้
จรัลเข้าเรียนหนังสือครั้งแรกที่โรงเรียนพุทธิโสภณ แล้วจึงย้ายไปเรียนต่อที่โรงเรียนเมตตาศึกษา จากนั้นจึงสอบเข้าเรียนในขั้นอุดมศึกษาที่วิทยาลัยเทคนิคภาคพายัพ จรัลฝึกเล่นกีตาร์มาตั้งแต่เด็กเพราะความชอบในดนตรี ทั้งจากที่เขาได้ฟังทางสถานีวิทยุในเชียงใหม่ และจากพวกมิชชันนารีที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนาในภาคเหนือ ระหว่างที่เรียนอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคภาคพายัพ จรัลช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวด้วยการทำงานเพื่อหารายได้พิเศษโดยไม่ต้องรบกวนเงินทองจากทางบ้าน เขาเริ่มต้นด้วยการรับจ้างร้องเพลงและเล่นกีตาร์ตามร้านอาหาร หรือตามคลับตามบาร์ในเชียงใหม่ ซึ่งในเวลานั้นยังมีอยู่เพียงไม่กี่แห่ง แนวดนตรีที่เขาชอบเป็นพิเศษคือดนตรีโฟล์ค คันทรี และบลูส์ ที่ต่อมาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจและมีอิทธิพลอย่างยิ่งในการแต่งเพลงของเขา
เมื่อจบการศึกษาจากวิทยาลัย จรัลเข้าทำงานรับราชการเป็นงานแรกที่แขวงการทางอำเภอพะเยา (เวลานั้นพะเยายังไม่ได้รับการยกให้เป็นจังหวัดเหมือนในปัจจุบัน) ต่อมาจึงย้ายไปทำงานที่บริษัทไทยฟาร์มมิ่ง และที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จรัลยังคงทำงานประจำไปด้วยควบคู่กับการร้องเพลงตามร้านอาหาร ตามโรงแรมและคลับบาร์ในเชียงใหม่ งานดนตรีของ”จรัล”มีเอกลักษณ์จากการสร้างสรรค์ภาษาถิ่นเหนือของเขาซึ่งเรียกว่า “โฟล์กซองคำเมือง” ที่ก่อเกิดขึ้นนับแต่ปี พ.ศ. 2520 และได้รับความสนใจจนเป็นที่ยอมรับ และกลายเป็นแบบอย่างบนแนวทางดนตรีท้องถิ่นร่วมสมัยในปัจจุบัน
เอกลักษณ์ของเขาทั้งในการแต่งเพลง ร้องเพลง และเล่นดนตรี ทำให้จรัลได้รับการยกย่องให้เป็น “ราชาโฟล์กซองคำเมือง” จรัลแต่งเพลงไว้กว่าสองร้อยเพลงในช่วงเวลาราวยี่สิบห้าปีของชีวิตศิลปินของเขา และได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีเมื่อปี พ.ศ. 2537 ในฐานะ “บุคคลดีเด่นทางด้านการใช้ภาษา”
“จรัล” มีผลงานมากมาย ทั้งด้านการแสดงและเพลง เช่น พี่สาวครับ, ลูกข้าวนึ่ง, บ้านบนดอย, สาวมอเตอร์ไซค์, ของกิ๋นคนเมือง, ผักกาดจอ, มะเมี๊ยะ, อุ๊ยคำ, ล่องแม่ปิง, น้อยไจยา, ไม่กวนใคร, ใครก่อ, ผ่านแล้วผ่านเลย, อย่างนี้ดีอยู่แล้ว, คนละอย่าง, ทียาลี, กาสะลองร่วงแล้ว, ควายหงาน, แพงพวยบานตลอด, ดอยแล้ง, คิดถึงบ้าน, มิดะ, กุหลาบดอย, อาขยา ล้านนา, เจ้านาง, ดอกไม้ร่วงที่แม่ริม (2522), เสียงซึงที่สันทราย (2523), ด้วยเกล้า (2530), ยิ้มนิดคิดเท่าไหร่ (2532), วิถีคนกล้า (2534), เวลาในขวดแก้ว (2534), ละคร เวลาในขวดแก้ว (2535), ละคร ไม้ดัด (2539), ละคร หงส์เหนือมังกร (2543), ละคร ขมิ้นกับปูน (2544) ฯลฯ จรัล ได้เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวฉับพลัน เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2544 จังหวัดลำพูน สิริอายุรวม 50 ปี ด้วยความรำลึกถึงอาจรัลครับ *ภาพจากไตเติ้ลละครเรื่อง ทับเทวา ปี พ.ศ. 2546 ออกอากาศทางช่อง 7 ซึ่งเป็นละครเรื่องสุดท้าย หลังจากเสียชีวิตไป 2 ปี มาในฐานะรับเชิญ




ร่วมแสดงความคิดเห็น