มทบ.37 เชียงราย จัดพิธีรำลึกวีรกรรมผู้เสียสละ 5 กันยายน สดุดีเหล่านักรบผู้กล้า ผู้พลีชีพปกป้องแผ่นดิน

วันนี้ (5 ก.ย. 69) พล.ต.จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 เป็นประธานในพิธีรำลึกถึงวีรกรรมผู้เสียสละ ซึ่งตรงกับวันที่ 5 กันยายนของทุกปี ณ บริเวณอนุสาวรีย์ผู้เสียสละ ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที เชิดชูเกียรติ และร่วมรำลึกถึงวีรกรรมของเหล่านักรบผู้กล้า ผู้ซึ่งได้เสียสละชีวิตและร่างกายเพื่อปกป้องอธิปไตยและผืนแผ่นดินไทย


ภายในพิธีจัดให้มีพิธีวางพวงมาลาและพิธีสดุดีวีรกรรมผู้เสียสละเบื้องหน้าอนุสาวรีย์ผู้เสียสละ เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีและความกล้าหาญของเหล่าทหารหาญที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละจากหน่วยทหารในสังกัดต่างๆ ภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานต่างๆ ร่วมพิธีจำนวนมาก ก่อนประกอบพิธีสงฆ์ โดยมี พลเอกพัฒนา มาตร์มงคล อดีตผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย เป็นประธานในพิธีสงฆ์ และพระครูสังฆรักษ์ สยาม คุณวโร เป็นประธานสงฆ์ เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียสละที่ล่วงลับ พร้อมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์


โอกาสนี้ ทาง มทบ.37 ยังได้จัดแสดงเหตุการณ์ในอดีตีดภายใต้ชื่อว่า “เสียงปืนในความทรงจำ” เป็นการแสดงที่ถ่ายทอดเรื่องราวจากเหตุการณ์ในอดีต สะท้อนถึงเสียงแห่งการต่อสู้และความสูญเสียของเหล่าวีรชนผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องผืนแผ่นดินไทย บริเวณพื้นที่ดอยยาว–ดอยผาหม่น จังหวัดเชียงราย


การแสดงดังกล่าวมิได้มุ่งนำเสนอเพียงภาพของการสู้รบ หากแต่ต้องการสื่อให้เห็นถึง ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความรักในแผ่นดิน ของผู้ที่ยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางสถานการณ์อันยากลำบาก เพื่อรักษาไว้ซึ่งผืนแผ่นดินและความสงบสุขของประชาชน “เสียงปืน” ที่ปรากฏในการแสดง จึงเปรียบเสมือน เสียงแห่งความทรงจำ ที่ยังคงก้องอยู่ในประวัติศาสตร์ ขณะที่ผืนดินที่วีรชนเคยต่อสู้และเสียสละชีวิต ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงคุณค่าของแผ่นดิน และร่วมกันหวงแหน รักษา และสืบสานความสงบสุขของประเทศต่อไป


การแสดง “เสียงปืนในความทรงจำ” จึงเป็นการถ่ายทอดประวัติศาสตร์ผ่านศิลปะ เพื่อสดุดีและรำลึกถึงผู้เสียสละ พร้อมส่งต่อความภาคภูมิใจในวีรกรรมของผู้กล้าให้คงอยู่ในความทรงจำของคนรุ่นหลัง


อนุสาวรีย์ผู้เสียสละ ค่ายเม็งรายมหาราช นับเป็นอนุสรณ์สำคัญแห่งความกล้าหาญและความเสียสละของทหารหาญ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด เมื่อวันอังคารที่ 5 กันยายน พุทธศักราช 2521 เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงทหารกองพันทหารราบที่ 3 กรมผสม ที่ได้ออกปฏิบัติราชการในการป้องกันและปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2515 เป็นต้นมา


อนุสาวรีย์แห่งนี้เกิดขึ้นจากแรงศรัทธาและความร่วมมือร่วมใจของข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร ตลอดจนพ่อค้าและประชาชน เพื่อเป็นสถานที่รำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญและคุณงามความดีของเหล่านักรบผู้เสียสละ ซึ่งได้ทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติด้วยเลือดเนื้อและชีวิต


ในอดีต ทหารหาญแห่งค่ายเม็งรายมหาราชมีเกียรติประวัติในการรบและปฏิบัติภารกิจป้องกันอธิปไตยของชาติในหลายสมรภูมิ ทั้งสมรภูมิดอยยาว–ดอยผาหม่น อำเภอเทิง และอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย สมรภูมิดอยผาจิ–ผาวัว อำเภอปง อำเภอเชียงม่วน และอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ตลอดจนสมรภูมิเขาค้อ–เขาย่า อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
จากภารกิจดังกล่าว มีทหารหาญจำนวนไม่น้อยที่ต้องสละชีวิตเป็นชาติพลี ขณะที่อีกหลายรายได้รับบาดเจ็บ พิการ และทุพพลภาพ ทว่าความเสียสละของนักรบผู้กล้าเหล่านี้ได้มีส่วนสำคัญในการนำมาซึ่งความสงบสุขของประเทศชาติ และทำให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยและสงบสุขตราบจนถึงปัจจุบัน


สำหรับวันระลึกถึงวีรกรรมผู้เสียสละ จึงมิใช่เพียงวันแห่งการรำลึกถึงผู้จากไป หากยังเป็นวันที่คนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงคุณค่าของคำว่า “ชาติ” “หน้าที่” และ “ความเสียสละ” พร้อมสืบสานความภาคภูมิใจในเกียรติประวัติของวีรชนผู้กล้า ผู้ได้จารึกเรื่องราวแห่งความกล้าหาญไว้เป็นอนุสรณ์แก่แผ่นดินไทยอย่างมิรู้ดับสูญ


“ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง” บทสดุดีที่สะท้อนหัวใจของเหล่านักรบผู้กล้า ผู้ยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ และยึดมั่นในแผ่นดินชาติ เพื่อให้ประชาชนรุ่นหลังได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขจนถึงวันนี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น