ชาวเชียงใหม่หวั่นเจดีย์โบราณ “วัดป่าตาล” ถล่ม! สภาพทรุดโทรม-สิบล้อจอดชิด จี้กรมศิลป์-สำนักพุทธฯ เร่งกอบกู้โบราณสถานทรงคุณค่า
จากกรณีที่มีการแชร์ภาพในโลกโซเชียลมีเดียผ่านกลุ่ม “@เชียงใหม่” ปรากฏภาพรถบรรทุกขนาดใหญ่จอดอยู่ชิดติดกับฐานเจดีย์โบราณที่อยู่ในสภาพเสื่อมโทรม จนสร้างความกังวลใจให้แก่ชาวเชียงใหม่และผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก เนื่องจากหวั่นเกรงว่าแรงสั่นสะเทือนหรืออุบัติเหตุจากการเฉี่ยวชน อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและทำให้เจดีย์เก่าแก่พังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ
จากการตรวจสอบพบว่า เจดีย์ดังกล่าวคือ เจดีย์วัดป่าตาล หรือที่ปรากฏชื่อในพงศาวดารโยนกว่า “วัดตาลวันมหาวิหาร” ตั้งอยู่บริเวณซอยโปลี หลังธนาคารไทยพาณิชย์สาขาช้างเผือก ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งนับเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง โดยในสมัยพระเจ้าติโลกราช เมื่อปี พ.ศ. 2030 พระธรรมทินมหาเถร เจ้าอาวาสวัดป่าตาล ได้เคยดำรงตำแหน่งประธานในการสังคายนาพระไตรปิฎก ณ วัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด) อีกทั้งพระเจ้าติโลกราชยังทรงโปรดฯ ให้หล่อพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์หนัก 33 แสน พร้อมบรรจุพระบรมธาตุ 500 องค์ ขนานนามว่า “พระป่าตาลน้อย” ประดิษฐานไว้ที่วัดแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันคือ “พระเจ้าแข้งคม” ที่ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารวัดศรีเกิด
ในทางศิลปสถาปัตยกรรม เจดีย์วัดป่าตาลมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำบนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมทั้งสี่ด้าน โดยฐานด้านล่างสุดเป็นทรงสี่เหลี่ยมตั้งอยู่บนฐานหน้ากระดานซ้อนกันสามชั้น รองรับฐานบัวแบบพิเศษย่อเก็จ เหนือฐานบัวเป็นฐานหน้ากระดานสี่เหลี่ยมซ้อนกัน ส่วนกลางเป็นเรือนธาตุสี่เหลี่ยมมีซุ้มทั้งสี่ด้าน ประดับประดาด้วยลวดลายปูนปั้นอย่างงดงาม เหนือเรือนธาตุเป็นชั้นลดที่ยกเก็จเตี้ยๆ รองรับฐานแปดเหลี่ยม ขึ้นไปถึงองค์ระฆังกลม บัลลังก์กลม ก้านฉัตร บัวฝาละมี และปล้องไฉน ซึ่งได้รับอิทธิพลศิลปะคล้ายแบบสุโขทัย
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเจดีย์วัดป่าตาลกลับมีสภาพเป็นเจดีย์ร้างที่ไม่มีแนวเขตกำแพงชัดเจน สภาพองค์เจดีย์ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา มีอิฐหลุดร่วง วัชพืชขึ้นปกคลุม และการที่มีรถบรรทุกเข้ามาจอดเบียดชิดฐานเจดีย์ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ประชาชนจึงร่วมกันเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้งสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ และกรมศิลปากร เร่งเข้ามากำหนดแนวเขตพื้นที่ที่ชัดเจน พร้อมจัดงบประมาณเข้าทำการบูรณะซ่อมแซม เพื่ออนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันล้ำค่าแห่งนี้ให้อยู่คู่เมืองเชียงใหม่ต่อไป


ร่วมแสดงความคิดเห็น