สาเหตุที่จำนวนคนไทยที่สูบบุหรี่ ลดลงช้ามาก

ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา อัตราการสูบบุหรี่ของคนไทยลดลงน้อยมาก และจำนวนคนสูบบุหรี่เกือบจะคงที่อยู่ที่ประมาณ 10 ล้านคน
ในจำนวนนี้ มีคนที่สูบบุหรี่ยาเส้นอย่างเดียว 2,065,046 คน สูบยาเส้นร่วมกับบุหรี่มวน 2,940,308 คน และสูบยาเส้นร่วมกับสูบบุหรี่ไฟฟ้า 8,913 คน
รวมแล้วมีคนไทยที่สูบยาเส้น 5,014,267 คน
ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลก เกี่ยวกับภาษียาเส้นของประเทศไทย Roll Your Own excise tax policies and public health ที่เตรียมขึ้นตามคำขอจากกรมสรรพสามิต เพื่อประกอบนโยบายการขึ้นภาษียาเส้น กันยายน ปี 2562 ระบุว่า
”ความแตกต่างกันอย่างมาก ระหว่างราคาบุหรี่มวนที่ผลิตจากโรงงานและยาเส้นมวนเอง เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่งต่อการควบคุมยาสูบของประเทศไทยเพราะ
ภาษียาเส้นที่เก็บในอัตราที่ตำ่มาก ทำให้ราคาขายถูกมาก ส่งเสริมให้มีการใช้ยาเส้นในกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย เช่นวัยรุ่นและคนยากจน เป็นอุปสรรคต่อความพยายามที่จะป้องกันนักสูบหน้าใหม่
ความแตกต่างกันอย่างมาก ระหว่างราคายาเส้นกับบุหรี่มวน ทำให้นักสูบเปลี่ยนมาสูบบุหรี่ยาเส้นที่ราคาถูกกว่ามาก แทนที่จะเลิกสูบหรือสูบน้อยลง ซึ่งลดทอนผลดีที่จะเกิดจากการขึ้นภาษี รวมทั้งเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายที่รัฐบาลจะมีรายรับจากภาษีเพิ่มขึ้น
ดังนั้น จึงจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องขึ้นภาษียาเส้นโดยเร็ว เป็นมาตรการลำดับต้นๆในการควบคุมยาสูบที่มีประสิทธิภาพ
ความแตกต่างที่ชัดเจนมากระหว่างภาษีของยาสูบแต่ละชนิด เสี่ยงที่จะ“บ่อนทำลาย” การควบคุมยาสูบของประเทศไทยทั้งระบบ จากการที่ทำให้มีทางเลือกที่ถูกกว่า และเข้าถึงง่ายโดยวัยรุ่นและคนยากจน และทำให้คนที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว สามารถเปลี่ยนมาใช้ยาสูบที่ราคาถูกกว่า แทนที่จะเลิกสูบ (จบอ้างอิงจากรายงานขององค์การอนามัยโลก)
นอกจากปัญหาที่เกิดจากนโยบายภาษียาเส้นที่กล่าวแล้ว การควบคุมยาสูบของประเทศไทย ยังมีปัญหาการแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบโดยบริษัทบุหรี่ การควบคุมบุหรี่หนีภาษี การบังคับใช้กฏหมายห้ามขายบุหรี่แก่คนที่อายุไม่ถึง 20 ปีและการห้ามแบ่งซองขายเป็นมวนมวน การบังคับใช้กฏหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ การโฆษณาและขายบุหรี่ออนไลน์(ซึ่งผิดกฏหมาย) การรักษาการเลิกสูบบุหรี่ที่มีคนมาใช้บริการน้อยมาก ฯลฯ
จะเห็นว่า การควบคุมยาสูบ/ลดคนสูบบุหรี่ ความสำคัญอยู่ที่การกำหนดนโยบายภาษี นโยบายสาธารณะ และการปฏิบัติตามนโยบายและกฏหมาย
การรณรงค์พิษภัย มีความจำเป็นที่จะกระตุ้น ชี้แนะให้มีการกำหนดนโยบายสาธารณะที่จำเป็นตามที่กำหนดอยู่ในอนุสัญญาควบคุมยาสูบฯลฯ

ที่มีการตั้งคำถามว่า คนสูบบุหรี่ไม่ลดลง สสส.และฝ่ายที่ทำงานควบคุมยาสูบ ทำงานคุ้มกับงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่จะถามและไปตรวจสอบได้ 
 แต่ผู้มีอำนาจในรัฐบาล ต้องไม่เข้าใจผิดว่า การจะลดจำนวนคนสูบบุหรี่ เป็นความรับผิดชอบของฝ่ายที่รณรงค์ไม่สูบบุหรี่/สสส เท่านั้น
 เพราะหากคิดเช่นนี้ เป็นการมองข้ามความสำคัญของกระทรวงอื่น/หน่วยงานอื่นที่เกี่ยงข้อง ที่จะต้องให้ความสำคัญกับงานควบคุมยาสูบด้วย ทำให้ปัญหาที่แท้จริงไม่ได้รับการแก้ไข  ซึ่งจะทำให้ความคืบหน้าของงานควบคุมยาสูบของประเทศเป็นไปได้ยาก 
  ซึ่งจะเป็นภาระต่อระบบบริการรักษาโรค  และภาระงบประมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 15 กันยายน 2569
อ้างอิง
WHO Policy Note: Roll Your Own excise tax policies and health.
World Health Organization. Geneva, Switzerland. September 2019

ร่วมแสดงความคิดเห็น