การขายของออนไลน์ในปัจจุบันไม่ได้จบเพียงการปิดการขาย แต่ “ขนส่ง” เป็นอีกหนึ่งต้นทุนสำคัญของร้านค้า ทั้งค่าจัดส่ง ระยะเวลา พื้นที่ให้บริการ และคุณภาพการรับส่งสินค้า ทำให้การมีสิทธิเลือกบริษัทขนส่งที่เหมาะกับลักษณะธุรกิจกลายเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญมากขึ้น ขณะเดียวกันยังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับข้อจำกัดในการเลือกหรือเปลี่ยนผู้ให้บริการขนส่งบนแพลตฟอร์ม E-Commerce จนเกิดคำถามว่า ร้านค้ามีทางเลือกในการใช้บริการขนส่งอย่างอิสระมากน้อยเพียงใด

ประเด็นดังกล่าวถูกยื่นให้ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค. ตรวจสอบ โดยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 นายอนันต์ชัย ไชยเดช ได้ยื่นเรื่องขอให้ตรวจสอบกรณีผู้ค้าร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกใช้บริการขนส่งบนแพลตฟอร์ม ก่อนที่วันที่ 25 มีนาคม 2569 แนวทางการพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าของผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลในธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของ กขค. จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญคือการพิจารณาพฤติกรรมที่อาจเป็นการจำกัดการแข่งขัน รวมถึงการบังคับเลือกบริการรับและขนส่งสินค้า ตลอดจนเงื่อนไขอื่นที่อาจทำให้ผู้ประกอบการเสียเปรียบในการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม หลังแนวทางดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ปัญหาเรื่องการเลือกขนส่งยังคงมีการติดตาม โดยวันที่ 28 เมษายน 2569 มีการติดตามเรื่องต่อ กขค. หลังมีการระบุว่ายังพบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับลักษณะการบังคับเลือกบริการรับและขนส่งสินค้าบนบางแพลตฟอร์ม ขณะที่ในเดือนกรกฎาคมยังมีการนำเสนอข้อกังวลจากผู้ขายว่าการประกาศแนวทางยังไม่สะท้อนเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดในทางปฏิบัติ ทำให้ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่า “มีกติกาหรือไม่” แต่อยู่ที่ว่า กติกาที่มีสามารถทำให้เกิดทางเลือกสำหรับร้านค้าได้จริงหรือไม่ และการตรวจสอบข้อร้องเรียนเดินหน้าไปถึงขั้นตอนใดแล้ว
สำหรับผู้ประกอบการ การเลือกขนส่งมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการบริหารต้นทุนและการแข่งขัน เพราะสินค้าแต่ละประเภทมีความต้องการแตกต่างกัน บางรายต้องคำนึงถึงขนาดและน้ำหนัก บางรายต้องการเครือข่ายที่ครอบคลุมพื้นที่ต่างจังหวัด ขณะที่บางรายให้ความสำคัญกับราคาและความรวดเร็ว หากผู้ขายสามารถเปรียบเทียบและเลือกผู้ให้บริการได้ ย่อมเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการขนส่งแข่งขันกันทั้งด้านราคา คุณภาพ และบริการ แต่หากทางเลือกถูกจำกัด หรือการเปลี่ยนผู้ให้บริการมีเงื่อนไขที่ทำได้ยาก ก็ย่อมเกิดคำถามถึงการแข่งขันในตลาดและอำนาจต่อรองของร้านค้า โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้ขายต้องรับภาระต้นทุนจากค่าธรรมเนียมและค่าใช้บริการต่าง ๆ ของแพลตฟอร์มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ผู้ประกอบการกำลังรอจึงไม่ใช่เพียงการออกกติกาใหม่ แต่คือ ความชัดเจนของการบังคับใช้กติกาที่มีอยู่ ว่าข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการจำกัดทางเลือกในการใช้บริการขนส่งที่มีการยื่นและติดตามต่อ กขค.นั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนใด มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปถึงไหน และหากพบว่าพฤติกรรมใดเข้าข่ายจำกัดการแข่งขันหรือฝ่าฝืนกฎหมาย จะมีการดำเนินการอย่างไร เพราะท้ายที่สุดแล้ว สำหรับร้านค้าออนไลน์คำถามยังคงอยู่ที่ว่า “เมื่อมีกติกาแล้ว ทำไมบางร้านยังเลือกขนส่งที่เหมาะกับธุรกิจของตัวเองไม่ได้”

ร่วมแสดงความคิดเห็น