เปิดข้อพิพาทที่สาธารณะ 188 ไร่ เวียงป่าเป้า หน่วยงานรัฐลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

เปิดข้อพิพาทที่สาธารณะ 188 ไร่ เวียงป่าเป้า หน่วยงานรัฐลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ผู้ร้อง–ผู้ถูกร้องพร้อมให้พิสูจน์แนวเขต

กรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพื้นที่สาธารณประโยชน์บ้านสันติสุข อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เนื้อที่ประมาณ 188 ไร่ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์และแนวเขตที่ดิน ล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรวบรวมข้อมูลและหลักฐานประกอบการพิจารณาให้เกิดความถูกต้อง เป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในพื้นที่

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 นายสมชาย สุรินทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 บ้านหัวเวียง อำเภอเวียงป่าเป้า พร้อมด้วยชาวบ้าน ได้ยื่นหนังสือผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการใช้ประโยชน์ในพื้นที่สาธารณประโยชน์บ้านสันติสุข ซึ่งระบุเนื้อที่ตามข้อมูลที่ผู้ร้องนำเสนอประมาณ 188 ไร่ 3 งาน 74 ตารางวา พร้อมขอให้พิจารณามาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับการร้องเรียนตอบโต้และแรงกดดันในพื้นที่

นายสมชายให้ข้อมูลว่า การดำเนินการดังกล่าวสืบเนื่องจากได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบพื้นที่สาธารณประโยชน์ในความรับผิดชอบ เพื่อสำรวจว่ามีการใช้ประโยชน์หรือการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่ควรตรวจสอบหรือไม่ โดยได้หารือร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้านและประชาชนในพื้นที่ ก่อนนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของทางราชการ

ประเด็นที่ผู้ร้องขอให้ตรวจสอบ ประกอบด้วย การใช้ประโยชน์และสิ่งปลูกสร้างบางประเภทในพื้นที่ การจัดทำหรือออกเอกสารสิทธิ์ รวมถึงแนวเขตที่อาจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับพื้นที่สาธารณประโยชน์ โดยผู้ร้องระบุว่ามีพื้นที่บางจุดที่เห็นควรให้หน่วยงานตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อกล่าวอ้างและข้อสังเกตจากฝ่ายผู้ร้อง ซึ่งยังต้องผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอกสารจากหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ผู้ร้องยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อมูลเนื้อที่ของพื้นที่ โดยระบุว่าเดิมพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่เหมืองแร่เก่า และมีข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อที่เดิมแตกต่างจากพื้นที่ที่ปรากฏในปัจจุบัน จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเอกสาร หลักฐานการครอบครอง การออกเอกสารสิทธิ์ และแนวเขตย้อนหลังให้เกิดความชัดเจน

ต่อมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินอำเภอเวียงป่าเป้า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ฝ่ายปกครองอำเภอเวียงป่าเป้า หน่วยงานด้านป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณที่มีข้อพิพาท เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง ตรวจสอบสภาพพื้นที่ และพิจารณาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบด้าน โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

ขณะเดียวกัน นายนายสมเพชร วงษา อดีตสมาชิกสภาจังหวัดเชียงราย เขตเวียงป่าเป้า ซึ่งถูกกล่าวถึงว่าเป็นผู้ครอบครองที่ดินบางส่วนที่มีการร้องเรียน ได้ชี้แจงว่า ตนเข้ามาทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2508 โดยระบุว่าได้ซื้อที่ดินต่อจากชาวบ้านในพื้นที่และมีเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการครอบครอง ต่อมาเมื่อนำที่ดินไปดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ ปรากฏว่าเนื้อที่ลดลงจากเดิมประมาณ 16 ไร่เศษ เหลือประมาณ 10 ไร่ 2 งาน

นายนายสมเพชรยังระบุว่า เมื่อปี 2541 ได้ซื้อที่ดินดังกล่าวต่อและได้สละพื้นที่บางส่วนเพื่อให้ใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่ส่วนรวม โดยเฉพาะการนำน้ำไปใช้เพื่อการเกษตร พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมาเมื่อมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับที่ดิน ตนพร้อมให้หน่วยงานภาครัฐเข้าตรวจสอบ และเห็นว่าการลงพื้นที่รังวัดและตรวจสอบแนวเขตอย่างชัดเจน จะเป็นแนวทางที่ช่วยยืนยันข้อเท็จจริงและสร้างความกระจ่างให้กับทุกฝ่าย

สำหรับกรณีข้อสังเกตเกี่ยวกับการถือครองที่ดิน นายนายสมเพชรยืนยันว่าเอกสารเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าวมีประวัติการครอบครองมายาวนาน และพร้อมให้ตรวจสอบเอกสารและข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐตามขั้นตอน

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าพื้นที่ส่วนใดมีการบุกรุกหรือมีการกระทำผิดตามที่ร้องเรียนหรือไม่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาจากเอกสารสิทธิ์ หลักฐานการครอบครอง ผลการรังวัด สภาพพื้นที่ และข้อมูลจากทุกฝ่าย เพื่อให้ได้ข้อยุติที่ถูกต้องตามกฎหมาย

กรณีดังกล่าว มีประชาชนในพื้นที่ได้ออกมาให้ข้อมูลกันหลากหลายเพื่อหาข้อยุติและทวงคืนพื้นที่สาธารณะกลับใช้ประโยชน์ส่วนรวมต่อไป (มีคลิปเสียงประชาชน)

ประชาชนในพื้นที่จึงสามารถติดตามผลการตรวจสอบจากหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ โดยการดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อรักษาประโยชน์ของสาธารณะ ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของผู้ครอบครองที่ดิน และสร้างความเชื่อมั่นว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะดำเนินไปอย่างเป็นกลาง โปร่งใส และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

และหลังจากนี้ทางเจ้าที่ทุกฝ่ายจะลงพื้นที่ตรวจสอบและรังวัดที่ดินพิพาทอีกครั้งในวันที่ 20 ต.ค. 69 ตามที่ผู้ร้องได้ยื่นร้องทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย ต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น