ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและกระทรวงศึกษาธิการ
โพสต์เมื่อว้นที่ 15 กันยายน : “ปช ไม่ต้องร่วมจ่าย ไม่เลิกบัตรทอง” โดยเสนอถึงการปรับปรุงการทำงานของ กระทรวงสาธารณสุข สปสช และ สสส ดังนี้
(6.1) กระทรวงสาธารณสุข = เจ้าภาพ Public Health ให้รับผิด ชอบการป้องกันโรคระดับประชากร เช่น การควบคุมและการเฝ้าระวังโรคระบาด สุขาภิบาล อนามัยสิ่งแวดล้อม วัคซีนระดับประเทศ และมาตรการด้านสาธารณสุข
(6.2) สสส. = Health Promotion ให้ทำงานต้นน้ำ เช่น บุหรี่ สุรา อุบัติเหตุ อาหาร การออกกำลังกาย สุขภาพเด็ก และการสื่อสารสาธารณะ ไม่ควรลงไปทำการรักษาพยาบาล
(6.3) สปสช. = Purchaser ซื้อบริการสุขภาพให้ปช. จึงควรย้ายงานต่อไปนี้ออกจากสปสช. คืองานประชุม อบรม รณรงค์ สร้างเครือข่าย การทำสื่อ โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และโครงการชุมชนที่ซ้ำกับสสส.และกระทรวงสาธารณสุข
ผมขอแสดงความคิดเห็นเฉพาะ ข้อ (6.2) ที่ว่า สสส ไม่ควรลงไปทำการรักษาพยาบาล
เรื่องนี้ขอให้ไปดูวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งสสส มาตรา 5 อนุ ( 1 )ถึง( 6 )ที่ระบุถึงขอบข่ายงานที่กองทุนสสสจะให้การสนับสนุน
และมาตรา 9 กำหนดให้กองทุนมีอำนาจกระทำกิจการต่างๆ ภายในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา 5
ดังนั้น การที่จะนำเงินจากกองทุนสสส ไปสนับสนุนอะไรที่เกี่ยวกับการบริการรักษาพยาบาล จึงไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่กฏหมายกำหนดไว้ในพรบ.กองทุนสสส
ที่ศ.ดร สุชาติ ใช้คำว่า สสสไม่“ควร”ลงไปทำการรักษาพยาบาล หากพิจารณาตามที่บัญญัติอยู่ในพรบ สสสจะไม่สามารถนำเงินของกองทุนไปสนับสนุนการรักษาพยาบาลได้เลย เพราะจะเป็นการกระทำที่ขัดหรือผิดกฏหมายก็ว่าได้
โจทย์จึงเป็นตามที่ศ.ดร สุชาติเสนอ ว่าทั้งกระทรวงสาธารณสุข สปสช และสสส จะทำงานเสริมกันอย่างไร ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของประชาชนและการสาธารณสุขของประเทศไทย
ส่วนเรื่องการลงทุนป้องกันและควบคุม NCDs ซึ่งเป็นผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ทำให้งบรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นไม่หยุด ผมจะเขียนที่ คณะทำงานระหว่างหน่วยงานสหประชาชาติ แนะนำรัฐบาลไทยไว้เมื่อปี 2562 ต่อไป
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 16 กันยายน 2569
อ้างอิง
http://youtube.com/post/UgkxD28UQNPcr1IX2CRE_893SbCE-6w_OR9_?si=P5CBjo4vcJTsiCr_
https://dol.thaihealth.or.th/resourcecenter/sites/default/files/documents/_ph.s._2544-1_0.pdf


ร่วมแสดงความคิดเห็น