เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบสวน สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พ.ต.อ.พิพัฒน์ นาระเดช รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พ.ต.อ.อนุพันธ์ กันถารัตน์ ผกก.สภ.เชียงแสน, พ.ต.ท.อาณัติ กาวิชา รอง ผกก.ป.ฯ และ พ.ต.ท.กิตติภูมิ กันจินะ รอง ผกก.สส.ฯ สั่งการให้ พ.ต.ท.โกวิทย์ จักรสมศักดิ์ สว.สส.สภ.เชียงแสน พร้อมกำลังชุดสืบสวน สนธิกำลังร่วมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ภ.5) และศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายบัญชีม้าถอนเงินสดจำนวน 2 ราย ขณะกำลังทำธุรกรรมที่ธนาคาร
ผลการตรวจสอบสามารถจับกุมผู้ต้องหา ได้แก่ 1. นายสมาน อายุ 54 ปี ชาว ต.หนองป่าก่อ อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย (ทำหน้าที่ม้าถอนเงิน) 2. นายณรงค์ศักดิ์ อายุ 26 ปี ชาว ต.หนองป่าก่อ อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย (ทำหน้าที่คุมม้าและรับเงิน) และตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย เงินสด จำนวน 100,000 บาท สมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย และบัตร ATM ชื่อบัญชี นายสมานฯ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง (ยี่ห้อ Vivo รุ่น V200 และ ยี่ห้อ Apple รุ่น iPhone 13)
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เชียงแสน ได้รับการประสานจาก ศปอส.ภ.5 และ ศกค. ว่าพบการทำธุรกรรมทางการเงินผิดปกติ โดยมีบุคคลต้องสงสัยกำลังเข้าทำธุรกรรมถอนเงินสดจำนวนมากบริเวณเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย สาขาเชียงแสน ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ชุดสืบสวนจึงรีบรุดเดินทางไปซุ่มสังเกตการณ์ในพื้นที่ธนาคารทันที
ต่อมา เวลาประมาณ 13.50 น. เจ้าหน้าที่พบ นายสมาน เดินเข้ามาเบิกถอนเงินสดจำนวน 100,000 บาท ตรงตามรูปพรรณสันฐานและข้อมูลที่ได้รับการประสาน เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าสังเกตการณ์กระทั่งนายสมานถอนเงินสดเสร็จสิ้น จึงเข้าแสดงตัวขอตรวจค้นและพบเงินสดสดๆ จำนวน 100,000 บาท พร้อมสมุดบัญชี บัตร ATM และโทรศัพท์มือถือ
จากการสอบสวน นายสมาน ยอมรับสารภาพว่า เงินจำนวน 100,000 บาทดังกล่าว ไม่ใช่เงินของตนเอง แต่ได้รับคำสั่งทางโทรศัพท์จาก “เจ๊” (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) ให้มาถอนเงินสดออกจากบัญชี และเมื่อถอนเงินเสร็จแล้ว ให้นำเงินไปส่งมอบให้กับคนขับรถยนต์เก๋งที่จอดรออยู่บริเวณหน้าธนาคาร
เจ้าหน้าที่จึงขยายผลนำตัวนายสมานไปยังจุดจอดรถยนต์เก๋ง ทะเบียน เชียงราย หน้าธนาคาร และพบ นายณรงค์ศักดิ์ นั่งรออยู่ภายในรถ จึงเข้าควบคุมตัวไว้ได้พร้อมโทรศัพท์มือถือ iPhone 13
จากการตรวจสอบไลน์ในโทรศัพท์ของนายณรงค์ศักดิ์ พบว่ามีการส่งสลิปโอนเงิน 100,000 บาท เข้าบัญชีของนายสมานเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 และมีคำสั่งให้เดินทางมารับเงินสดหน้าธนาคาร โดยให้นายสมานถ่ายรูปยืนยันส่งกลับไปให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งนายณรงค์ศักดิ์จะได้รับเงินค่าจ้าง/ค่าน้ำมัน จำนวน 2,500 บาท โอนเข้าบัญชีธนาคารเกียรตินาคินของตนเอง
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินเชิงลึก พบว่าเงินสด 100,000 บาทดังกล่าว ถูกโอนมาจากบัญชีของ นางพรพชรมล (ผู้เสียหาย) ซึ่งได้แจ้งความออนไลน์ไว้ที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี หลังถูกกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงิน จึงยืนยันได้ว่าเป็นเงินของผู้เสียหายจริง
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งสองรายมีพฤติการณ์แบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยนายสมานทำหน้าที่เป็นเจ้าของบัญชีม้าและม้าถอนเงิน ส่วนนายณรงค์ศักดิ์ทำหน้าที่ขับรถควบคุมม้าและรวบรวมเงินสดเพื่อนำส่งต่อให้เครือข่าย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐาน “เป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย (อั้งยี่)” โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการต่อไป




ร่วมแสดงความคิดเห็น