ฝ่าสายฝน! คนรักช้างรวมพลัง “ตระกูลแสน” Fan Meet พระครูอ๊อดมอบ 1 แสน สานภารกิจดูแลช้าง

ฝ่าสายฝน! คนรักช้างรวมพลัง “ตระกูลแสน” Fan Meet พระครูอ๊อดมอบ 1 แสน สานภารกิจดูแลช้างถึงปลายทาง

ฝ่าสายฝน คนรักช้างยังพร้อมใจรวมพลังในงาน “ช้างตระกูลแสน Fan Meet” ที่โรงเรียนฝึกช้างและควาญ ภายในศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง แม้ตลอดกิจกรรมจะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่อาจลดทอนความอบอุ่นของผู้ร่วมงาน ทั้งแฟนคลับ ผู้ที่ร่วมอุปการะ และคนรักช้างที่เดินทางมาพบปะสมาชิก “ครอบครัวช้างตระกูลแสน” อย่างคึกคัก

วันที่ 19 ก.ย. 2569 บรรยากาศภายในศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความผูกพัน ระหว่างช้างกับผู้คนที่ติดตามเรื่องราวของพวกเขามาอย่างต่อเนื่อง โดยช้างตระกูลแสนส่วนหนึ่งเป็นช้างที่ได้รับการช่วยเหลือและไถ่ชีวิตโดย พระครูสังฆรักษ์วีรวัฒน์ วีรวฑฺฒโน หรือ “พระครูอ๊อด” วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จ.เชียงใหม่ ก่อนส่งต่อให้ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยดูแลในฐานะ “ช้างมรดกของแผ่นดิน”

ภารกิจของพระครูอ๊อดเริ่มต้นอย่างจริงจังในช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและคนเลี้ยงช้าง ทำให้ช้างจำนวนมากได้รับผลกระทบด้านอาหาร การดำรงชีวิต และการดูแลรักษา พระครูอ๊อดจึงร่วมกับผู้มีจิตศรัทธาระดมทุนช่วยเหลือ ไถ่ชีวิต และหาพื้นที่ดูแลช้าง ก่อนขยายภารกิจมาอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันช่วยเหลือช้างแล้วกว่า 26 เชือก

ในจำนวนนี้มีช้าง 13 เชือกที่ส่งมอบให้ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง เพื่อเข้าสู่ระบบการดูแลอย่างเป็นระบบ ทั้งช้างที่เคยทำงานลากไม้ ช้างสูงวัย ช้างพิการ ช้างที่มีปัญหาด้านสุขภาพ รวมถึงช้างที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยสมาชิกทั้ง 13 เชือกต่างมีภูมิหลังและเรื่องราวชีวิตที่แตกต่างกัน แต่มีจุดร่วมเดียวกันคือได้รับโอกาสให้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในพื้นที่ที่มีการดูแลอย่างต่อเนื่อง แต่มีช้างหนึ่งใน 13 เชือกได้ล้มจากไปแล้ว

การจัด Fan Meet ครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมพบปะแฟนคลับ แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของภารกิจหลังการไถ่ชีวิต เพราะการช่วยช้างออกจากงานหนักเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งสำคัญหลังจากนั้นคือการดูแลเรื่องอาหาร สุขภาพ การรักษา ที่อยู่อาศัย ตลอดจนการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับชีวิตของช้างในระยะยาว

โอกาสเดียวกันนี้ พระครูอ๊อดยังได้มอบเงินจำนวน 100,000 บาท สนับสนุนภารกิจของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย เพื่อร่วมเป็นกำลังในการดูแลช้างที่ได้รับการส่งต่อเข้าสู่ระบบการดูแลของศูนย์ฯ ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสมต่อไป

อย่างไรก็ตาม ภายใต้รอยยิ้มของการกลับมาพบกันครั้งนี้ ยังมีความรู้สึกเสียดายปะปนอยู่ เพราะหนึ่งในสมาชิกตระกูลแสนที่เคยร่วมอยู่ในภารกิจแห่งการช่วยเหลือ ได้จากไปแล้ว นั่นคือ “พลายบุญแสน” ช้างอาวุโสเชือกที่ 10 ของบ้านช้างตระกูลแสน ซึ่งพระครูอ๊อดเคยไถ่ชีวิตและดูแลมาตั้งแต่ปี 2565 ก่อนจะล้มลงอย่างสงบในเดือน ต.ค. 2568 ด้วยวัย 61 ปี

พระครูอ๊อดกล่าวถึงการพบปะในครั้งนี้ด้วยความรู้สึกเสียดายว่า แม้วันนี้จะได้กลับมาพบกับช้างตระกูลแสนหลายเชือก แต่ก็มีสมาชิกหนึ่งเชือกที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้อีกแล้ว คือพลายบุญแสน อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นการจากไปเพียงร่างกาย แต่เรื่องราว ความรัก และความทรงจำที่มีต่อพลายบุญแสนยังคงอยู่ในหัวใจของคนรักช้าง และเชื่อว่าจะอยู่ในความทรงจำของผู้ที่เคยร่วมช่วยเหลือและติดตามชีวิตของเขาไปตลอด

ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายตลอดกิจกรรม ผู้คนยังคงอยู่เคียงข้างช้างตระกูลแสน สะท้อนให้เห็นว่าความผูกพันระหว่างคนกับช้างไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อการไถ่ชีวิตเสร็จสิ้น หากแต่ต้องเดินหน้าต่อด้วยการดูแลอย่างต่อเนื่อง

จากจุดเริ่มต้นของการ “ไถ่ชีวิต” สู่การส่งต่อช้างให้เป็น “มรดกของแผ่นดิน” ภารกิจของตระกูลแสนจึงไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนช้างที่ได้รับการช่วยเหลือ แต่คือการทำให้ช้างแต่ละเชือกมีโอกาสใช้ชีวิตต่อไปอย่างปลอดภัย มีคุณค่า และได้รับการดูแลจนถึงปลายทาง

ร่วมแสดงความคิดเห็น