แพทย์ มช.เตือน 8 อาการที่ไม่ควรมองข้าม “การลืมบ่อย…แค่แก่ หรือสัญญาณสมองเสื่อม?” ชวนรู้ทัน ก่อนกระทบชีวิตประจำวัน

“ลืมบ่อย…แค่แก่ หรือสัญญาณสมองเสื่อม?”
⚠️8 อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
แพทย์ มช. ชวนรู้ทัน ก่อนกระทบชีวิตประจำวัน

21 กันยายน ของทุกปี คือ “วันอัลไซเมอร์โลก” วันที่ชวนทุกคนหันมาใส่ใจเรื่องโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่พบมากขึ้นในสังคมผู้สูงอายุ

หลายคนอาจคิดว่า “ลืม” เป็นเรื่องธรรมดาของคนอายุมาก แต่หากเริ่มลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ หลงทาง หรือทำกิจวัตรประจำวันที่เคยทำได้ไม่ได้ อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่เพียงการหลงลืมตามวัย และควรได้รับการประเมินจากแพทย์

สมองเสื่อม กับ อัลไซเมอร์ เหมือนกันหรือไม่?
ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
“ภาวะสมองเสื่อม” เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มอาการที่ความสามารถด้านความจำ การคิด การใช้ภาษา การตัดสินใจ หรือการทำกิจวัตรประจำวันลดลงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิต

ส่วน โรคอัลไซเมอร์ เป็นหนึ่งในสาเหตุของภาวะสมองเสื่อม และเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด

นอกจากนี้ ภาวะสมองเสื่อมยังอาจเกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงสาเหตุบางอย่างที่สามารถรักษาได้ เช่น ความผิดปกติของไทรอยด์ การขาดวิตามิน ความผิดปกติของเกลือแร่ โรคตับ โรคไต การติดเชื้อ ยาบางชนิด หรือภาวะซึมเศร้า

ดังนั้น เมื่อพบความผิดปกติด้านความจำหรือการคิด ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นอัลไซเมอร์ เพราะบางสาเหตุสามารถรักษาได้

⚠️8 สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต
หากตัวเราเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
1.ถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ หรือจำเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้
2.ทำของหายบ่อย หรือนำของไปวางไว้ในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม
3.หลงทางเมื่อออกนอกบ้าน หรือสับสนเมื่ออยู่ในสถานที่ไม่คุ้นเคย
4.เรียกชื่อคนหรือสิ่งของไม่ถูกต้อง
5.สับสนเรื่องวัน เวลา หรือสถานที่
6.ความสามารถในการตัดสินใจลดลง
7.ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวัน งาน หรือกิจกรรมที่เคยทำได้ตามปกติ
8.มีการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์และพฤติกรรม เช่น สับสน หวาดระแวง หรือซึมเศร้า

อะไรเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม?
โรคอัลไซเมอร์มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทั้งปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เช่น อายุและพันธุกรรม และปัจจัยที่สามารถปรับเปลี่ยนได้

ปัจจัยเสี่ยงที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง การสูญเสียการได้ยิน การสูบบุหรี่ ภาวะซึมเศร้า การแยกตัวจากสังคม การไม่มีกิจกรรมทางกาย และโรคเบาหวาน

การดูแลสุขภาพตั้งแต่ช่วงวัยหนุ่มสาวจึงมีความสำคัญ ไม่จำเป็นต้องรอให้เข้าสู่วัยสูงอายุแล้วจึงเริ่มดูแลสมอง

ดูแลหัวใจ ก็ช่วยดูแลสมอง
แนวทางง่าย ๆ ที่สามารถเริ่มได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่

▪️ขยับร่างกายให้สม่ำเสมอ
ทำกิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย เช่น เดิน รดน้ำต้นไม้ ปลูกผัก หรือออกกำลังกาย โดยการออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์เป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภาวะสมองเสื่อม
▪️กินอาหารให้หลากหลาย
เลือกรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เพิ่มผักและผลไม้ และเลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้องและขนมปังโฮลวีต
▪️งดบุหรี่
การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และภาวะสมองเสื่อม
▪️ลดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์
ควรใส่ใจปริมาณการดื่มและลดการดื่มให้น้อยลง
▪️ดูแลโรคประจำตัว
โดยเฉพาะโรคในกลุ่มเมตาบอลิก เช่น ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
▪️รักษาความสัมพันธ์และทำกิจกรรมกับผู้อื่น
การมีกิจกรรมและปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเป็นอีกส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพสมอง
หากเป็นอัลไซเมอร์แล้ว รักษาได้หรือไม่?
การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและระยะของโรค
หากเป็นภาวะสมองเสื่อมจากสาเหตุที่สามารถรักษาได้ แพทย์จะมุ่งรักษาที่สาเหตุนั้นโดยตรง

สำหรับโรคอัลไซเมอร์ การรักษาอาจประกอบด้วย การใช้ยา การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และการดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสม โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยชะลอการเสื่อมของความสามารถในการใช้ชีวิต และช่วยให้ทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เพราะ “ความจำที่เปลี่ยนไป” ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องของอายุเพียงอย่างเดียว
หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการหลงลืมมากขึ้นจนเริ่มกระทบต่อชีวิตประจำวัน การเข้ารับการประเมินจากแพทย์จะช่วยให้ทราบสาเหตุและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :รศ.ดร.นพ.ชุติเทพ ทีฆพุฒิ อาจารย์หน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช.

เรียบเรียง: นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ/ข่าว: งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มช.

ติดตามผ่านทาง Facebook : https://cmu.to/gWsSa

อัลไซเมอร์ #สุขภาพน่ารู้ #ความรู้สุขภาพ #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช#หมอสวนดอก #แพทย์สวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU๐

ร่วมแสดงความคิดเห็น