กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พร้อมบูรณาการขับเคลื่อนแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564 – 2570 ภายใต้แนวคิด “การจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยแบบอัจฉริยะ” (Resilience by Smart DRM for 3s) พร้อมผลักดัน 5 ยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการจัดการสาธารณภัยสู่เป้าหมายหลักในการลดความเสี่ยงที่มีอยู่เดิมและป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงอย่างปลอดภัยและยั่งยืน
.
รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการจัดการสาธารณภัยที่เป็นเอกภาพ ครอบคลุมทุกมิติ และมีแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็งด้านการจัดการภัยพิบัติอย่างยั่งยืน โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 ได้เห็นชอบแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564 – 2570 ที่คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (กปภ.ช.) เสนอ ซึ่งถือเป็นกรอบแนวคิดหลักในการบริหารจัดการสาธารณภัยของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “การจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยแบบอัจฉริยะ” (Resilience by Smart DRM for 3s: SEP – SDGs – SFDRR) โดยสร้างภูมิคุ้มกันจากสาธารณภัยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy: SEP) สร้างความยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และลดความเสี่ยงที่มีอยู่เดิมและป้องกันความเสี่ยงใหม่ที่อาจเกิดขึ้นตามกรอบการดำเนินงานเซนไดเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (Sendai Framework for Disaster Risk Reduction: SFDRR) เพื่อให้ทุกภาคส่วนรู้เท่าทันการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแผนฯ และจัดทำแผนปฏิบัติการรองรับการขับเคลื่อนในแผนปฏิบัติราชการประจำปี รวมถึงให้สำนักงบประมาณและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณเพื่อการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยและผลักดันให้มีงบประมาณเชิงบูรณาการด้านการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยตามแผนฯ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
.
แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564 – 2570 ถือเป็นแผนฉบับใหม่ที่ได้มีการปรับปรุง ทบทวน และนำบทเรียนภารกิจด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในช่วงที่ผ่านมา มาพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงภัยและบริบททางสังคม โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่
✅ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย โดยลดความเสี่ยงและโอกาสที่จะเกิดสาธารณภัย พร้อมทั้งสร้างศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการเตรียมพร้อมรับมือกับสาธารณภัยในทุกระดับ
✅ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการและการประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้านสาธารณภัย เป็นการนำระบบบริหารจัดการและนวัตกรรมมาใช้เพิ่มศักยภาพในการป้องกันและจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย
✅ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศในการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย เป็นการพัฒนาศักยภาพการจัดการสาธารณภัยตามหลักสากลและส่งเสริมบทบาทของประเทศในฐานะแกนนำด้านการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย
✅ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การจัดการในภาวะฉุกเฉินแบบบูรณาการ มุ่งเน้นขับเคลื่อนการจัดการสาธารณภัยให้มีมาตรฐาน การจัดตั้งองค์กรปฏิบัติในการจัดการภาวะฉุกเฉินและแนวทางปฏิบัติในการสนับสนุนการปฏิบัติงานที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ในทุกมิติอย่างเป็นเอกภาพ
✅ ยุทธศาสตร์ที่ 5 การเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน เป็นการดำเนินงานภายหลังเกิดภาวะฉุกเฉินเพื่อให้ชุมชนหรือสังคมสามารถฟื้นฟูกลับมาได้อย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดการพัฒนาให้ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิมเพื่อมุ่งสู่การเป็นชุมชนที่มีความพร้อมรับและฟื้นกลับเร็วอย่างยั่งยืน (Resilience)
.
ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยงานงานกลางภาครัฐด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมบูรณาการทุกหน่วยงานขับเคลื่อนและผลักดันการดำเนินงานในทุกมิติของการจัดการสาธารณภัย เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนแผน ปภ.ชาติ พ.ศ.2564 – 2570 ไปสู่การปฏิบัติในระดับต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างให้ประเทศไทย “รู้รับ – ปรับตัว – ฟื้นเร็วทั่ว – อย่างยั่งยืน”

ร่วมแสดงความคิดเห็น