ปภ.เน้นย้ำ 17 จังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง เฝ้าระวังอิทธิพลจากพายุ “โนรู”อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง (เพิ่มเติม) ช่วงวันที่ 29 ก.ย. – 4 ต.ค.65
(29 ก.ย.65 เวลา 11.50 น.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำท่าและปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ประกอบกับกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้มีประกาศฉบับที่ 44/2565

ลงวันที่ 28 กันยายน 2565 แจ้งว่า จากการประเมินฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบว่าอิทธิพลของพายุโนรูจะส่งผลให้มีปริมาณฝนตกต่อเนื่องสะสม 150 – 250 มิลลิเมตร ซึ่งปัจจุบันในลำน้ำและแหล่งน้ำมีปริมาณน้ำมาก อาจส่งผลให้เกิดน้ำหลากน้ำท่วมฉับพลัน โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังเพิ่มเติม ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 4 ตุลาคม 2565 ดังนี้
- ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง (อำเภอเมืองฯ ห้างฉัตร เกาะคา) ตาก (อำเภออุ้มผาง ท่าสองยาง แม่ระมาด) เพชรบูรณ์ (อำเภอวิเชียรบุรี ศรีเทพ บึงสามพัน หนองไผ่) และกำแพงเพชร (อำเภอปางศิลาทอง คลองลาน)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี (อำเภอบ้านผือ) ชัยภูมิ (อำเภอภักดีชุมพล หนองบัวระเหว หนองบัวแดง) ขอนแก่น (อำเภอเมืองฯ) ยโสธร (อำเภอเมืองฯ เลิงนกทา ทรายมูล) นครราชสีมา (อำเภอแก้งสนามนาง ด่านขุนทด) บุรีรัมย์ (อำเภอกระสัง) ศรีสะเกษ (อำเภอไพรบึง กันทรารมย์ กันทรลักษ์) อุบลราชธานี (อำเภอเมืองฯ เขื่องใน ดอนมดแดง ศรีเมืองใหม่ นาตาล โขงเจียม เดชอุดม ตระการพืชผล พิบูลมังสาหาร สว่างวีระวงศ์ โพธิ์ไทร ม่วงสามสิบ ตาลสุม เขมราฐ) อำนาจเจริญ (อำเภอเมืองฯ เสนานิคม พนา ชานุมาน) และมุกดาหาร (อำเภอดอนตาล)
- ภาคกลาง 3 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี (อำเภอลำสนธิ ท่าหลวง ชัยบาดาล สระโบสถ์ พัฒนานิคม) สระบุรี (อำเภอมวกเหล็ก วังม่วง แก่งคอย) และปราจีนบุรี (อำเภอเมืองฯ ประจันตคาม กบินทร์บุรี นาดี ศรีมหาโพธิ)
กอปภ.ก. จึงได้เน้นย้ำไปยัง 17 จังหวัดเสี่ยงภัยในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง เตรียมพร้อมรับมือปริมาณฝนตกสะสม ที่อาจส่งผลให้เกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่เดิม จุดเสี่ยงน้ำท่วมขังเป็นประจำ และพื้นที่ที่มีปริมาณฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศ และสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย รวมถึงนำเครื่องมือ เครื่องจักรกล ด้านสาธารณภัยและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ เข้าประจำจุดเสี่ยงอันตรายและพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้พร้อมเผชิญเหตุ และช่วยเหลือประชาชนทันที ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด
สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามพยากรณ์อากาศและข้อมูลข่าวสาร จากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้น และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด โดยประชาชนสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัย ที่แอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” และหากได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784”
ร่วมแสดงความคิดเห็น