กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะการกู้รถดับระหว่างขับลุยน้ำท่วมอย่างปลอดภัย ให้รีบนำรถออกจากบริเวณน้ำท่วมโดยใช้วิธีลากจูงรถ หากนำรถออกไปไม่ได้ให้ใช้แม่แรงยกรถให้สูงพ้นระดับน้ำ ห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด พร้อมปิดระบบแอร์และถอดขั้วแบตเตอรี่ออกให้หมด เปลี่ยนถ่ายของเหลวและระบบกรอง เพื่อไม่ให้มีฝุ่นหรือดินโคลนตกค้างภายในเครื่องยนต์ นำรถไปตากแดดหรือใช้สเปรย์ฉีดจากชิ้นส่วนต่างๆ ในรถ เพื่อไล่ความชื้นออก หากเครื่องยนต์มีอาการผิดปกติควรนำรถเข้า ศูนย์บริการไม่ฝืนนำรถไปใช้ต่อ
นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ช่วงนี้มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ประสบเหตุน้ำท่วม ส่งผลให้ถนนบางสายมีน้ำท่วมขังสูงและน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งการขับรถผ่านเส้นทางน้ำท่วม มีความเสี่ยงที่เครื่องยนต์จะดับกลางน้ำได้ เพื่อความปลอดภัย
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะข้อควรปฏิบัติกรณีรถดับขณะขับผ่านเส้นทางน้ำท่วม ดังนี้ ห้ามสตาร์ทเครื่องยนต์อย่างเด็ดขาด ให้ใช้วิธีลาก จูง รีบนำรถออกจากบริเวณน้ำท่วมโดยเร็วที่สุด กรณีไม่สามารถลากรถให้พ้นจากเส้นทางที่มีน้ำท่วมได้ ให้นำแม่แรงงัดรถให้สูงขึ้น เพื่อยกรถหนีน้ำ หรือนำอุปกรณ์ไปหนุนหรือไปค้ำยางรถยนต์ทั้ง 4 ล้อ ให้สูงกว่าระดับน้ำท่วม พร้อมปิดระบบแอร์และถอดขั้วแบตเตอรี่ออกให้หมด เพื่อป้องกันระบบไฟช็อตลัดวงจรจนเครื่องยนต์ได้รับความเสียหาย ก่อนนำรถไปใช้ควรเปลี่ยนถ่ายของเหลวและระบบกรองอากาศ เพื่อไม่ให้มีฝุ่นหรือดินโคลนตกค้างภายในเครื่องยนต์ พร้อมเปิดระบายน้ำที่อาจตกค้างภายในอุปกรณ์รถหรือเครื่องยนต์ให้ระเหยออกมาให้หมด โดยจอดรถตากแดด เป่าด้วยลมร้อน หรือใช้สเปร์ยไล่ความชื้นจนชิ้นส่วนต่างๆ แห้งสนิท พร้อมสังเกตอาการของเครื่องยนต์เดินไม่สะดุดและใช้งานได้ตามปกติ รวมทั้งทดลองการเข้าเกียร์ในทุกตำแหน่งและระบบเบรกว่าใช้งานได้ดี รวมถึงระบบไฟส่องสว่างหากไม่สามารถใช้งานได้ให้เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ หากพบว่ารถมีอาการผิดปกติให้ผู้ขับขี่นำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถ เพื่อตรวจสอบระบบเครื่องยนต์โดยละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ หากผู้ขับขี่ไม่เรียนรู้ข้อควรปฏิบัติอย่างปลอดภัย จะทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหายมากขึ้น

ร่วมแสดงความคิดเห็น