กพท. ออกข้อกำหนดใหม่คุมเข้ม นำ Power Bank ขึ้นเครื่องบิน ได้ไม่เกิน2ก้อน ห้ามชาร์จระหว่างบิน เพื่อความปลอดภัย ลดความเสี่ยงเพลิงไหม้
วันนี้ (8 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านการคมนาคมและการเดินทางทางอากาศของประชาชน โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. หรือ CAAT) ได้ออก “ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 122 ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพาแบตเตอรี่ลิเทียมไปกับอากาศยาน” เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการขนส่งทางอากาศให้สอดคล้องกับแนวทางขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และมาตรฐานสากลที่ใช้ร่วมกันทั่วโลก

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อกำหนดดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่แบตเตอรี่ลิเทียมและ Power Bank กลายเป็นอุปกรณ์ที่ผู้โดยสารพกพาเป็นประจำในการเดินทาง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นวัตถุที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หากเกิดความเสียหาย การลัดวงจร หรือการใช้งานที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดความร้อนสูง ควัน หรือเพลิงไหม้ได้ โดยที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Power Bank บนอากาศยานในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ส่งผลให้ต้องอพยพผู้โดยสาร เปลี่ยนเส้นทางบิน หรือลงจอดฉุกเฉิน จึงมีความจำเป็นต้องกำหนดมาตรการป้องกันเชิงรุกเพื่อรักษาความปลอดภัยของผู้โดยสาร ลูกเรือ และอากาศยาน
ภายใต้ข้อกำหนดใหม่ ผู้โดยสารสามารถนำ Power Bank ขึ้นเครื่องบินได้เฉพาะในรูปแบบสัมภาระติดตัว (Carry-on Baggage) เท่านั้น และห้ามโหลดใต้ท้องเครื่องโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ Power Bank ที่นำขึ้นเครื่องต้องมีค่าพลังงานไฟฟ้าไม่เกิน 100 วัตต์ชั่วโมง (Wh) หรือหากมีขนาดเกิน 100 Wh แต่ไม่เกิน 160 Wh จะต้องได้รับอนุญาตจากสายการบินก่อนเดินทาง โดยผู้โดยสารสามารถพกพา Power Bank ได้ไม่เกิน 2 ก้อนต่อคน
ข้อกำหนดยังห้ามชาร์จ Power Bank บนอากาศยาน รวมถึงห้ามใช้ Power Bank ชาร์จโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นระหว่างเที่ยวบิน และห้ามจัดเก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ (Overhead Compartment) โดยต้องเก็บไว้ในจุดที่สามารถเข้าถึงได้สะดวก เช่น กระเป๋าหน้าที่นั่ง พื้นที่ใต้ที่นั่งด้านหน้า หรือพกติดตัว เพื่อให้ลูกเรือสามารถเข้าดำเนินการได้อย่างรวดเร็วหากเกิดเหตุผิดปกติ
รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กพท. ยังกำหนดให้ห้ามนำ Power Bank ที่ไม่แสดงค่าพลังงานไฟฟ้าหรือไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ขึ้นอากาศยาน รวมถึงกำหนดให้ผู้โดยสารต้องมีมาตรการป้องกันการลัดวงจร เช่น การเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิม หรือจัดเก็บในถุงป้องกันเฉพาะ เพื่อป้องกันการสัมผัสกับวัสดุโลหะหรือแบตเตอรี่อื่นระหว่างการเดินทาง
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนเป็นอันดับแรก การออกข้อกำหนดครั้งนี้ไม่ใช่การเพิ่มภาระหรือสร้างข้อจำกัดให้ผู้โดยสาร แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศให้สอดคล้องกับแนวทางสากล และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากแบตเตอรี่ลิเทียมและ Power Bank บนอากาศยาน” นางสาวลลิดา กล่าว
ทั้งนี้ รัฐบาลขอความร่วมมือผู้โดยสารตรวจสอบข้อมูลและปฏิบัติตามข้อกำหนดของ กพท. และสายการบินอย่างเคร่งครัดก่อนการเดินทางทุกครั้ง เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้โดยสาร ลูกเรือ และระบบการบินของประเทศ โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของไทยในระดับสากลต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น