ฤดูกาลเคี่ยวน้ำปู ของมักไผผ้อง?

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2565 “เป๊ก แม่แจ่ม” มัคคุเทศน์ท้องถิ่น รายงานจาก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ว่าในช่วงนี้เข้าสู่ช่วงฤดูฝนชาวนาทุกจังหวัดได้ดำนาปลูกข้าวกัน บางพื้นที่ก็เริ่มปลูก ส่วนบางพื้นที่ได้ปลูกข้าวกันแล้วขณะนี้ข้าวกำลังเขียวขจี ผลพลอยได้จากนาข้าวที่อุดมสมบูรณ์สมบูรณ์ก็คือสัตว์น้ำ เช่น หอย ปู ปลา กบเขียด และผักน้ำชนิดต่างๆ เป็นต้น ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของชาวนาอีกด้วย

“ปูนา”ตัวเล็กๆเป็นสัตว์น้ำที่ชอบอาศัย และแพร่พันธุ์ในนาข้าว ชาวนานิยมจับมาบริโภค ประกอบอาหารได้หลายหลากเมนู เช่น น้ำพริกปูสด, คั่วเกลือปู, อ่องปู หรือแกงใส่หน่อไม้ดองใส่ส้มตำเป็นต้น

เมื่อปูมีจำนวนมาก ชาวนาจึงถนอมอาหาร ด้วยการแปรรูปปูเป็น ”น้ำปู” คล้ายกะปิ ด้วยการนำปูมาตำ กับ สมุนไพร ใบขิง ใบข่า ฯลฯ ใส่เกลือพอประมาณแล้วนำไปหมักไว้ 1 คืน จากนั้นกรองเอาแต่น้ำปู ใส่หม้อ ใส่กระทะขึ้นตั้งไฟทำการ ”เคี่ยวน้ำปู” จนแห้งแล้วนำบรรจุภาชนะไว้บริโภคนานได้หลายปี

ที่สำคัญขณะการ ”เคี่ยวน้ำปู” จะส่งกลิ่นตลบอบอวลฟุ้งกระจายไปทั่วหมู่บ้าน คนที่ชอบกลิ่นก็ว่ากลิ่นหอมดี ส่วนคนแพ้กลิ่นจะทำให้คลื่นไส้อาเจียน โดยเฉพาะหญิงตั้งครรถ์ ผู้ป่วย หลายๆหมู่บ้านถึงกับตั้งกฎออกมาสั่งห้าม ”เคี่ยวน้ำปู” ในหมู่บ้าน ให้ไปเคี่ยวน้ำปูที่กลางทุ่งนาที่อยู่ห่างไกลห่างไกลจากชุมชน

“น้ำปู” ถือได้ว่าเป็นเครื่องปรุงอาหารรสชาติอร่อยมีผู้นิยมบริโภคกันมากใส่ตำมะม่วง-ตำสะท้อน-ยำหน่อไม้-ตำน้ำพริกน้ำปู กินกับหน่อไม้ต้ม หรือผักข้างเคียงอื่นๆ เมื่อมีผู้นิยมบริโภคน้ำปูจึงมีการผลิตน้ำปูบรรจุกระป๋องขาย และยังส่งขายถึงต่างประเทศที่มีคนไทยอาศัยอยู่

ร่วมแสดงความคิดเห็น