เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2566 สภาพอากาศใน จ.เชียงใหม่นั้นปรากฏหมอกควัน ไม่สามารถมองเห็นดอยสุเทพ โดยดอยสุเทพถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควัน บริเวณสนามบินเชียงใหม่ ก็ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันไปทั่วบริเวณ แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสายการบิน
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ จ.เชียงใหม่ ได้รายงานมาว่า ทางกรมควบคุมมลพิษกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง ได้ระบุ คุณภาพอากาศบริเวณ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ในวันที่ 3 ก.พ 66 จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.ช้างเผือก พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) มีค่า 57 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
ทางคณะแพทย์ศาสตร์ มช. โดย ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช หัวหน้าหน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ และเลขานุการและกรรมการบริหารศูนย์โรคสมองภาคเหนือ คณะแพทยศาสตร์ ฯ ได้ให้ข้อมูลการรู้ทัน รู้ป้องกันPM 2.5 ภัยร้ายก่อให้เกิดโรคสมอง

โดยระบุว่า ปัญหา PM 2.5 ภัยร้ายที่คาดไม่ถึง ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ สำหรับเด็กจะส่งผลให้ไอคิวต่ำลง พัฒนาการช้าลง สมาธิสั้น ซึมเศร้า ในผู้ใหญ่ มีผลต่อโรคสมองเสื่อม ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์เพิ่มมากขึ้น หลอดเลือดสมองตีบ หรือหลอดเลือดสมองแตก บางรายเป็นโรคเหล่านี้แต่อาการไม่ปรากฎ เมื่อเจอหมอกควัน PM 2.5 จึงเกิดอาการทันที เมื่อมีฝุ่นควันพิษที่เรียกว่าควันพิษจิ๋ว เบื้องต้นเมื่อสูดเข้าไปในร่างกาย จะมีอาการคัดจมูก คอแห้ง มีอาการไอ เหนื่อยง่าย แต่ในความเป็นจริง PM 2.5 มีความร้ายแรงแอบแฝงมากกว่านั้น
หากเทียบ PM 2.5 กับเส้นผมของมนุษย์ เมื่อตัดเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผม ขนาดของเส้นผมจะมีขนาด 50-70 ไมครอน แต่เมื่อดูตัวของฝุ่นพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ต่างๆที่ลอยไปในอากาศ ซึ่งเรียกว่า PM 2.5 จะมีขนาดเล็กถึง 25 เท่า เมื่อเล็กมากจึงสามารถผ่านเข้าตัวดักกรองเข้าไปในระบบหายใจ เข้าไปยังบริเวณปอด และสามารถหลุดเข้าไปในกระแสเลือดไหลเวียนทั่วร่างกายได้
PM 2.5 มีผลต่อสมองทั้งทางตรงและทางอ้อม หลังจากที่มีการสูดดมเข้าไป ช่องโพรงจมูกจะเป็นทางผ่านที่ทำให้ PM 2.5 ผ่านเข้าไปที่สมอง และเซลล์ประสาทโดยตรง หรือแม้กระทั่งผ่านกระแสเลือดที่ย้อนกลับมาขึ้นสู่สมองได้ ผลกระทบเฉียบพลัน จะมีอาการระคายเคืองจมูก มึนงง ง่วง ซึม หลับ กระตุ้นให้เกิดไมเกรนมากขึ้น หากเป็นเด็กที่อยู่ในวัยเรียน จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตต่อสมอง หากเป็นผู้ป่วยที่มีปัญหาทางโรคสมอง เป็นอัมพาตที่เคยมีประวัติหลอดเลือดสมองตีบมาก่อน เมื่อได้รับ PM 2.5 จะทำให้อัตราการเกิดสมองตีบในหลอดเลือดเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า ผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อม หรือผู้ป่วยมีภาวะสูงวัยแล้วเกิดสมองเสื่อม PM 2.5 ที่มีขนาดสูงจะไปกระตุ้นต่ออาการ ในผู้สูงวัยที่มีปัญหาโรคภาวะสมองเสื่อม อาทิ เสื่องจากโรคอัลไซเมอร์ เสื่อมจากโรคสูงวัยมาก ทำให้อัตราการนอนโรงพยาบาลสูงขึ้น นำไปสู่โรคของผลแทรกซ้อนมากมาย
ผลกระทบระยะยาว อาจส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆตามมา เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ โรคปอด โรคมะเร็ง โรคอัมพาต เป็นต้น โดยจะเปรียบเทียบได้กับบุคคลที่สูบบุหรี่ สิ่งที่สำคัญคือเมื่อเข้าไปในสมองจะเกิดปฏิกิริยาที่เกิดในสมองเรียบร้อยแล้ว เกิดสะสมจะเกิดปฏิกิริยาต่างๆ ต่อสมองเป็นอย่างมาก
แนวทางการป้องกัน คือให้ใส่หน้ากาก N 95 งดทำกิจกรรมบริเวณพื้นที่โล่งกลางแจ้ง โรงเรียนหรือบ้าน ควรมีห้องสมุดที่มีเครื่องกรองอากาศ คลีนรูม(ห้องที่มีอากาศสะอาด) เช็คอากาศจากเครื่องวัดค่าอากาศ เผชิญกับ PM 2.5 ให้น้อยที่สุด




ร่วมแสดงความคิดเห็น