เปิดประเด็นสิทธิเด็กและสตรีเชียงใหม่ ปี 2567

เนื่องในโอกาสครบรอบ 32 ปี การลงสัตยาบันรับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กของประเทศไทย และครบรอบ 100 ปีของปฏิญญาเจนีวา ซึ่งเป็นปฏิญญาเจนีวาฉบับแรกว่าด้วยสิทธิเด็กที่ได้รับการรับรองโดยองค์กรระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2467 นำไปสู่การจัดมหกรรมเด็กและสตรีส่งเสียง ครั้งที่ 4 “ยุติความรุนแรง ขอพื้นที่ปลอดภัย” หรือมหกรรมสิทธิเด็กล้านนา ครั้งที่ 4 ณ ห้องประชุมเชียงแสน ชั้น 3 โรงแรมดวงตะวัน จังหวัดเชียงใหม่
.
ในการเสวนาครั้งนี้ ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ด้านสิทธิเด็กและสตรี เริ่มด้วยประเด็นแรก การลงโทษเด็กทางกาย กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ความรุนแรงต่อสตรีในครอบครัว โดยสถานการณ์ล่าสุดจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ติดอันดับต้น ๆ ของประเทศที่มีสถิติความรุนแรงในครอบครัวสูง

ซึ่งปัจจุบัน มีเยาวชนที่กลายเป็นผู้กระทำความรุนแรงมากขึ้น โดยมีสาเหตุจากความรุนแรงในครอบครัว โรคซึมเศร้าในวัยรุ่น และยาเสพติด ซึ่งที่ประชุมได้สรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ทั้งการทำงานหนักขึ้นการเปลี่ยนแปลงทัศนคติทางสังคม การแก้ไขกฎหมายและนโยบาย การสร้างแนวปฏิบัติและระบบในการป้อวกัน รับมือ และเยียวยา การสร้างการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในชุมชน เครือข่ายความร่วมมือของทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหา เป็นต้น
.
สำหรับประเด็นที่ 2 สิทธิวัยรุ่นกับปัญหาอนามัยเจริญพันธุ์ โรคติดต่อและการคุกคามทางเพศ โดยปัญหาในปัจจุบันที่เกิดขึ้นยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปัญหาการตั้งครรภ์ในหมู่วัยรุ่นลดลง แต่ปัญหาการตั้งครรภ์ซ้ำซ้อน โรคติดต่อทางเพศปรากฏในกลุ่มเยาวชนกลับเพิ่มขึ้น
.
สิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาได้แก่การให้ความรู้ผ่านช่องทางสื่อสารที่เยาวชนเข้าถึง การปรับทัศนคติของเยาวชน การสนับสนุนการเข้าถึงการป้องกันโรคติดต่อทางเพศ การคุมกำเนิด การเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชนเข้ามาปรึกษาปัญหา และการขยายบริการช่วยเหลือไปยังกลุ่มเยาวชนไร้สัญชาติที่อพยพเข้ามาในพื้นที่ด้วย

ขณะที่ประเด็นที่ 3 การรู้เท่าทันและขจัดความรุนแรงจากภัยออนไลน์ การแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กและสตรี และการค้ามนุษย์ โดยสถานการณ์ในปัจจุบันพบว่า ภัยออนไลน์กระทบต่อเยาวชนเป็นวงกว้าง ทั้งคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม การติดโซเชี่ยล การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ การล่อลวงทางเพศ การถูกละเมิดข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์
.
การแก้ไขปัญหาในประเด็นนี้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นที่จะต้องมี มิติของการเปลี่ยนแปลงของปัญหาภัยออนไลน์และการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กและสตรี อาทิ การทำงานกับผู้แวดล้อมเยาวชน การศึกษาความรู้ความเข้าใจปัญหามีมากขึ้น การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหา ผู้ให้บริการเทคโนโลยีควรรับผิดชอบต่อปัญหาและสิทธิเยาวชน กฎหมายและนโยบายในการแก้ไขปัญหา การพัฒนาและคุ้มครองเยาวชนอย่างเป็นระบบ การทำงานเชิงโครงสร้างในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง
.
ประเด็นที่ 4 สิทธิเด็กกับสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย ยั่งยืน สภาพภูมิอากาศ และปัญหาวิกฤติน้ำท่วม พ.ศ. 2567 ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบัน จากภาวะโลกรวน ทั้งปัญหาน้ำท่วม และปัญหาหมอกควัน เยาวชนล้วนได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเยาวชนที่อยู่ในเขตเมืองและชนบท นอกจากนี้ เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ยังเผชิญปัญหาเพิ่มเติม ทั้งการที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการน้ำสะอาดได้

สิ่งที่สำคัญในการจัดการปัญหานี้ คือ การสร้างความตระหนักรู้ การลดมายาคติต่อเยาชนที่อยู่ในพื้นที่บนภูเขาสูงและป่าจากปัญหาไฟป่าและน้ำท่วมที่เกิดขึ้น การศึกษาด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชน การลงทุนทรัพยากรในด้านเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม ที่จะกระทบกับเยาวชนในอนาคต
.
และประเด็นสุดท้าย การปกป้องคุ้มครองเด็ก สิทธิ เด็ก ลูกหลานคนงานข้ามชาติ รวมถึงการพัฒนาสถานะบุคคล ปัจจุบัน ลูกหลานของแรงงานข้ามชาติ และเยาวชนที่ไม่มีสถานะทางสัญชาติ ไม่สามารถเข้าถึงการคุ้มครองจากภาครัฐ เผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ทั้งการขาดโอกาสด้านการศึกษา บริการด้านสุขภาพ รวมถึงสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ทำให้กลายเป็นกลุ่มเยาวชนที่ได้รับความเสี่ยงจากการละเมิดสิทธิเยาวชนในทุกประเด็นมากสุด
.
เพราะสถานะบุคคล คือการเปิดประตูแรกแก่เยาวชนในการเข้าถึงความช่วยเหลือ ซึ่งการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการในการทำงานเพื่อช่วยเหลือเยาวชนไร้สัญชาติ และลูกหลานแรงงานข้ามชาติ การสร้างความเข้าใจกับทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือเยาวชนเหล่านี้ การพัฒนาการศึกษาแก่เยาวชนกลุ่มนี้ รวมถึงการทำอย่างไรให้เยาวชนมีสถานะทางกฎหมาย เพื่อให้เยาวชนได้รับการคุ้มครอง เป็นต้น

ร่วมแสดงความคิดเห็น