ม็อบคนอยู่กับป่า-สกน.กว่า 1,000 คน บุกศาลากลางทวงคำตอบรัฐบาลแก้ปัญหา พ.ร.ฎ.ป่าอนุรักษ์ หลังทำบันทึกข้อตกลงกับรัฐบาลไปแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้า
วันที่ 24 มีนาคม ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มมวลชนกว่า 1,000 คน ซึ่งประกอบด้วย สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ สมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า และเครือข่ายชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ได้รับผลกระทบจากพระราชกฤษฎีกาป่าอนุรักษ์ รวมตัวกันทวงสัญญาจากรัฐบาลผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากก่อนหน้าเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 ตัวแทนกลุ่มดังกล่าวได้ร่วมประชุมหารือกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และคณะที่เดินทางมาประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ที่จังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการทำบันทึกข้อตกลงข้อเสนอของภาคประชาชนที่ขอให้ยุติการนำพระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ในอุทยานแห่งชาติ ตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พุทธศักราช 2562 และพระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2562 ไปประกาศใช้กับพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศจนกว่าจะมีการปรับแก้กฎหมาย

นอกจากนี้ขอให้จัดตั้งคณะทำงานเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่นำไปปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลา 60 วัน และขอให้เร่งเสนอปรับปรุงแก้ไขโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนที่อยู่ในพื้นที่และนำร่างสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายใน 90 วัน ก่อนเสนอเข้าสภา โดยในระหว่างการปรับปรุงแก้ไขรัฐบาลจะต้องชะลอการเตรียมประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 23 แห่ง จนกว่าจะแก้ไขกฎหมายทั้งสองฉบับแล้วเสร็จ

กลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่าขณะนี้เวลาล่วงเลยมาเกือบ 4 เดือน ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ กลุ่มมวลชนจึงตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำลังเตะถ่วงกระบวนการแก้ปัญหา ยื้อเวลาและบิดพลิ้วคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนอีกหรือไม่ โดย นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางมารับหนังสือร้องเรียนดังกล่าว แต่กลุ่มมวลชนทั้งหมดยืนยันจะปักหลักชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ไปจนกว่าจะได้รับคำตอบจากรัฐบาล และจะจัดเวทีคู่ขนานกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีไปด้วย และหากภายในวันที่ 1 เมษายนนี้ยังไม่ได้คำตอบจะยกระดับการชุมนุมต่อไป

ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่า พ.ร.ฎ.โครงการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ในอุทยานแห่งชาติ ตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และ พ.ร.ฎ.โครงการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตามมาตรา 121 แห่ง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ที่ประกาศใช้ไปล่าสุดเมื่อวันที่ 15 พ.ย.67 ที่ผ่านมานั้น นั้นส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ ในข้อที่ว่าการประกาศให้ประชาชนอยู่กับป่าเป็นการชั่วคราว กลายเป็นว่าประชาชนที่อยู่กับป่ามาตลอดชีวิตกลายเป็นการได้อยู่กับป่าเป็นการชั่วคราวทำให้รู้สึกกังวลใจไม่มีความมั่นคนในชีวิต รวมทั้งเรื่องของการจำกัดจำนวนการถือครองที่ดิน ซึ่งระบุเรื่องจำนวนของที่ดินต่อครอบครัว ซึ่งหากเป็นครอบครัวใหญ่ก็จะไม่พอทำกิน กลุ่มชาวบ้านจึงได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก






ร่วมแสดงความคิดเห็น