นทท.จีนหาย! ยอด นทท.เยือนเชียงใหม่ลดลง 60% สถิติต่ำสุดในรอบปี

นทท.จีนหาย! ยอด นทท.เยือนเชียงใหม่หาย 60% ทำสถิติต่ำสุดในรอบปี ขณะที่รายได้ท่องเที่ยวไทยพุ่ง 10% มุ่งเป้า Luxury และ Long-Stay”

27 เมษายน 2568 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ เมื่อยอดนักท่องเที่ยวจีนในจังหวัดเชียงใหม่ลดลงถึง 60% ขณะที่สถิติจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยในวันที่ 16 เมษายน 2568 ทำสถิติต่ำสุดเพียง 5,833 คนต่อวัน จากค่าเฉลี่ยปกติ 15,000-20,000 คนต่อวัน สร้างความกังวลให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศ และถึงแม้ว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ (11 เมษายน) จะมียอดนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นเป็น 16,000 คนต่อวัน แต่แนวโน้มโดยรวมยังคงถดถอยอย่างต่อเนื่อง

นายไพศาล สุขเจริญ นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือตอนบน เปิดเผยว่า ข้อมูลจากกลุ่มผู้ประกอบการทัวร์ที่ลงพื้นที่ทำการตลาดในจีนพบว่า 90% ของชาวจีนที่เคยและไม่เคยมาไทยแสดงความกังวลเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากโซเชียลมีเดียจีนแพร่กระจายข่าวลบ โดยเฉพาะเนื้อหาจากภาพยนตร์เกี่ยวกับแก๊งคอลเซนเตอร์และเหตุการณ์จับตัวดาราจีนในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ส่งผลให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวจีนเสียหายหนัก

นอกจากนี้ นโยบายรัฐบาลจีนที่รณรงค์ให้ประชาชนท่องเที่ยวในประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน พร้อมจำกัดวงเงินสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหายไป ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติยังเติบโต จีนครองอันดับหนึ่ง

จากรายงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 20 เมษายน 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยรวม 11,272,379 คน เพิ่มขึ้น 0.52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย 5 อันดับแรก ได้แก่
1. จีน 1,524,697 คน
2. มาเลเซีย 1,401,169 คน
3. รัสเซีย 835,385 คน
4. อินเดีย 677,793 คน
5. เกาหลีใต้ 549,982 คน

อย่างไรก็ตาม แม้จีนยังครองอันดับหนึ่ง แต่การลดลงของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเวลาสำคัญสะท้อนถึงความท้าทายที่ประเทศไทยต้องเผชิญในการรักษาตลาดนี้

รายได้ท่องเที่ยวพุ่ง 10% มุ่งเจาะกลุ่ม Luxury และ Long-Stay

ท่ามกลางวิกฤตนักท่องเที่ยวจีน นางสาวนัทริยา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยระหว่างการลงพื้นที่ประชุมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (สกลนคร นครพนม มุกดาหาร) ว่า รายได้จากการท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2568 สูงถึงเกือบ 600,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่ยังคงเติบโต โดยเฉพาะจากกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง (High Spending) และกลุ่มพำนักระยะยาว (Long-Stay) จากยุโรป กลุ่มประเทศอาหรับ และอินเดีย ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างชัดเจน

“เรามั่นใจว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้จะบรรลุเป้า 2.2 ล้านล้านบาท โดยจะรักษาตลาดเดิมควบคู่ไปกับการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว Luxury และคุณภาพสูง” นางสาวนัทริยากล่าว

กลยุทธ์พลิกวิกฤต: ยกระดับท้องถิ่น สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย
เพื่อรับมือกับความท้าทาย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้วางแนวทางเชิงรุก โดยเฉพาะในพื้นที่กลุ่มจังหวัดนครพนม มุกดาหาร สกลนคร และหนองคาย ซึ่งมุ่งนำเสนอจุดขายท้องถิ่น เช่น งานประเพณี เทศกาล การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา และส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ป้ายบอกทาง ห้องน้ำสะอาดตามมาตรฐาน การจัดการขยะ และการจัดระเบียบสถานที่ท่องเที่ยว โดยยึดหลักความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ

อนาคตท่องเที่ยวไทย: ท้าทายแต่เปี่ยมโอกาส
การลดลงของนักท่องเที่ยวจีนอาจเป็นอุปสรรคในระยะสั้น แต่ด้วยกลยุทธ์การเจาะตลาดคุณภาพสูง การยกระดับศักยภาพท้องถิ่น และการสร้างภาพลักษณ์ที่ปลอดภัย ประเทศไทยยังคงมีศักยภาพในการรักษาตำแหน่งผู้นำด้านการท่องเที่ยวในเวทีโลก การพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลายและมีคุณภาพ จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ที่มา: ข้อมูลจากนายไพศาล สุขเจริญ, นางสาวนัทริยา ทวีวงศ์, และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, 27 เมษายน 2568

ร่วมแสดงความคิดเห็น