วันที่ 15 พ.ย. 68 มีรายงานจาก พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผบช.ภ.5 พ.ต.อ.ธนพัต ครสิงห์ รรท.ผกก.สภ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวนว่าได้ทำการจับกุมตัว น.ส.กุลธิดา อายุ 20 ปี ชาวบ้านใน อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล จังหวัดเชียงใหม่ ข้อหา ลักทรัพย์ในเคหสถาน
โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีเหตุคนเสียชีวิตถูกยิงที่ศีรษะพื้นที่ สภ.สันป่าตอง เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 68 เวลาประมาณ 11.00 น.ที่ผ่านมา สถานที่เกิดเหตุ เป็นบ้านพักข้าราชการตำรวจ ม.8 ต.มะขุนหวาน อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ผู้เสียชีวิตคือ ร.ต.ต.รอง สว.(ป.) สภ.แห่งหนึ่ง
พฤติการณ์แห่งคดี ตาม วัน เวลาดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสอบสวนและชุดสืบสวนร่วม ได้รับแจ้งมีเหตุคนเสียชีวิตถูกยิงที่ศรีษะ ในห้องพักแฟลตตำรวจ ที่เกิดเหตุพบผู้ตายเสียชีวิตบนเตียง มีอาวุธปืนของผู้ตายตกอยู่ที่พื้น ลักษณะคล้ายกับว่าฆ่าตัวตายเอง

จากการสอบสวน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายบุญยืน อายุ 59 ปี ชาว ต.มะขุนหวาน อ.สันป่าตอง ซึ่งรู้จักมักคุ้นกับผู้ตายได้มาแวะเยี่ยมผู้ตาย พบผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงบริเวณห้องรับแขกชั้นล่างบ้านพักตำรวจ โดยมีอาวุธปืนตกอยู่พื้นด้านล่างใกล้เตียง จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พักบริเวณบ้านพักตำรวจให้ทราบ พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ พ.ต.ต. หญิง นิรัฐกานต์ บุญรอด สารวัตรสอบสวน สภ.สันป่าตอง
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดและชันสูตรพลิกศพจนทราบว่าทรัพย์สินของผู้ตายได้หายไปและตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบข้าง รวมทั้งสอบปากคำพยานแวดล้อมต่าง ๆ จนทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เป็นการฆ่าตัวตาย แต่เป็นการฆาตรกรรมอำพราง และรู้ตัวผู้ก่อเหตุ
โดยวันที่ 14 พ.ย. 68 พนักงานสอบสวน ได้ขออนุมัติศาล ออกหมายจับ น.ส.กุลธิดา ตามหมายจับของศาล จังหวัดเชียงใหม่ ข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหสถาน” ในเบื้องต้น และติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด
จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหารับว่าได้เอาสร้อยคอทองคำ ของ ร.ต.ต. ผู้ตายไปจริง และเป็นคนใช้อาวุธปืน ของ ร.ต.ต.ยิงผู้ตายขณะที่นอนหลับ แล้วได้หยิบเอาสร้อยคอทองคำไปขายที่ร้านทอง และนำไปซื้อโทรศัพท์ ไอโฟน 17 โปรแม๊ก, รถจักยานยนต์, สร้อยคอ ทองคำ 1 สลึง 2 เส้น

ผู้ต้องหา อ้างว่า ผู้ตายมักจะทำร้ายขณะเมาสุราและบังคับมีเพศสัมพันธ์ และต้องการเอาสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 5 บาท ของผู้ตาย เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึด พระเครื่อง 4 องค์ หลักฐานการขายสร้อยทอง 5 บาท และดีเอ็นเอ ผู้ต้องหา รถจักรยานยนต์ โทรศัพท์ไอโฟน 17 โปรแม๊ก เงินสด 30,000 บาท
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การอีกว่าคบหาดูใจกับผู้ตายมาราว ๆ 2 ปี แต่ช่วงหลังได้ห่างเหินกันเพราะเข้ากันไม่ได้เพราะผู้ตายชอบทุบตี และมีอะไรกันที่รุนแรง แต่ยังไปมาหาสู่กันเดือนละครั้งสองครั้งเพื่อขอเงินใช้จ่าย วันเกิดเหตุผู้ต้องหามาหาเพื่อจะขอเงินชื้อไอโฟน 17 แต่ผู้ตายไม่ให้ช้ำโดนทุบตีอีก พอผู้ตายนอนตนจึงหยิบปืน 9 มม. ออกมาจ่อยิงหัวแล้วทำอำพรางยิงตัวตายแบบในหน้งที่ดูมา ก่อนหนีไปเอาทองของผู้ตายเส้น 5 บาทไปขาย ได้เงินมา 3 แสนบาท พอได้เงินก็เอาไปชื้อไอโฟน 17 และทรัพย์สินอื่น ๆ ไม่คาดจะถูกตำรวจบุกจ้บ
ทางตำรวจได้นำผู้ต้องหา ไปนำชี้ที่เกิดเหตุ ประกอบคำรับสารภาพ และส่ง ดีเอ็นเอ ตรวจเปรียบเทียบ กับอาวุธปืน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม คือ “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”

ร่วมแสดงความคิดเห็น