เสี่ยเจ้าของธุรกิจขนส่งสินค้าชายแดนแม่สาย ยิงตัวตาย คาดเครียดปัญหาชีวิต และเศรษฐกิจทรุดจากโควิด

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 16 มี.ค.64 พ.ต.ท.ฉันทฤทธิ์ เหล่าไพโรจน์จารี สว.(สอบสวน) สภ.แม่สาย จ.เชียงราย รับแจ้งเหตุพบศพถูกยิงเสียชีวิต ที่ตึกแถว 3 ชั้น เลขที่ 52/1 ม.7 บ้านเกาะทราย ต.แม่สาย อ.แม่สาย ใกล้ด่านพรมแดนไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 ราว 500 เมตร จึงแจ้งผู้บังคับบัญชาและออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธร จ.เชียงราย ทหารกองกำลังผาเมือง และฝ่ายปกครอง

 

ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 3 ชั้น ด้านล่างทำเป็นร้านกาแฟ พบศพ นายธงชัย วงค์คุณทรัพย์ อายุ 38 ปี เป็นเจ้าของตึกดังกล่าว นอนเสียชีวิตบนโซฟาชั้นล่าง สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล มีรอยถูกกระสุนปืน ยิงเข้าที่ขมับขวา 1 นัด กระสุนฝังใน และบริเวณต้นขาพบปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 ตกอยู่ 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืน 1 นัด คาในรังเพลิง ที่พื้นบ้านใกล้กับศพพบสุราอยู่ 1 ขวดแบน และแก้วน้ำ 1 ใบ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายธงชัย มีฉายา “บอยเกาะทราย” หรือ “บอยท่าเจ๊ดาว” เป็นนักธุรกิจขนส่งสินค้าตามชายแดนไทยเมียนมา อ.แม่สาย อาศัยที่ตึกแถวแห่งนี้เพียงลำพัง เพราะเพิ่งจะตกลงแยกกันอยู่กับภรรยา ซึ่งก็คือนางแดง อมรธรรมรัตน์ อายุ 44 ปี โดยภรรยาได้พาพาลูกสาววัย 11 ปี ไปอยู่ด้วย

เมื่อค่ำคืนวันที่ 15 มี.ค. ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายยังได้ไปดื่มสุรากับเพื่อนๆใกล้ท่าน้ำสายบ้านหัวฝาย ต.แม่สาย แล้วแยกย้ายกันกลับก่อนรุ่งเช้าเพื่อพักผ่อน ต่อมาเวลาประมาณ 12.00 น. ของวันที่ 16 มี.ค. เพื่อนของผู้ตายยังได้โทรหา เพื่อจะนัดกันไปรับประทานอาหารเย็น และเวลาประมาณ 14.00 น. นายจุลพงษ์ คำเงิน อายุ 28 ปี ชาว ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน ที่สนิทกับผู้ตายมาหาที่บ้าน เพื่อจะยืมรถจักรยานยนต์ ก็พบว่าผู้ตายนอนแน่นิ่งเป็นศพไปแล้ว

ตรวจสอบประตูบานเลื่อนกระจกหน้าบ้านไม่ได้ล็อค และไม่มีกล้องวงจรปิด มีรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ทะเบียน กกข 487 เชียงราย ซึ่งเป็นของผู้ตายจอดอยู่ 1 คัน ไม่มีทรัพย์สินสูญหาย และไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์

เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นการยิงตัวตาย ส่วนภรรยาผู้ตายไม่ติดใจการตาย เพราะผู้ตายเคยบ่นเรื่องช่วงหลังๆด่านพรมแดนปิด เพราะไวรัสโควิด-19 มาเป็นปี ทำให้ไม่มีรายได้ จากการค้าขาย และขนสินค้าข้ามแดน เหมือนในอดีต และเพิ่งแบ่งแยกทรัพย์สินกันไปและแยกกันอยู่ เพราะมักทะเลาะกันบ่อย โดยภรรยาเอารถกระบะ 4 ประตูไป 1 คัน แต่เอาเงินให้ผู้ตายไป 5 แสนบาท และพาบุตรสาวไปอยู่ด้วยเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน และทราบมาว่าผู้ตายอยู่คนเดียวมักจะชอบไปดื่มสุรา และต่อมาผู้ตายไปเล่นการพนัน หมดเงินไปเป็นจำนวนมาก คาดว่าอาจจะเป็นสาเหตุทำให้คิดสั้น

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบพยานหลักฐาน กล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง และรอผลตรวจทางนิติเวช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง และดำเนินการตามกฏหมายต่อไป ส่วนศพผู้เสียชีวิต ภายหลังจากการชันสูตรศพเสร็จสิ้น ก็จะมอบให้ญาติไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น